Thyroid
Blogging

โรคไทรอยด์ หากเป็นแล้วต้องรีบรักษา

โรคไทรอยด์ Thyroid หากเป็นแล้วต้องรีบรักษา

โดยสำหรับ ไทรอยด์ thyroid  ซึ่งเป็นอวัยวะที่อยู่บริเวณคอหน้าหลอดลม มีหน้าที่ที่สำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก และยังควบคุมระบบการทำงานอื่นๆอีกมากมายโดยบทความนี้เรามาพูดถึงโรคที่เกิดยังบริเวณของต่อมนี้กันว่าเป็นอย่างไร มีอาการเป็นอย่างไร

อวัยวะ ไทรอยด์ thyroid โรคไทรอยด์ คืออะไร?

สำหรับ โรคไทรอยด์นั้น เป็นภาวะของต่อมหนึ่งในร่างกายของมนุษย์เรานั้นได้เกิดการสร้างและผลิตฮอร์โมนในร่างกายออกมาเป็นปริมาณที่มากจนเกินไป ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานมากขึ้น เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักของร่างกายมีการลดลงอย่างรวดเร็วแบบผิดปกติ หัวใจจึงเต้นเร็วหรือเต้นอย่างผิดปกติ และมีอาการที่เหงื่อออกง่าย และหงุดหงิดหรือฉุนเฉียวซึ่งถ้าหากผู้ป่วยมีภาวะไทรอยด์เป็นพิษแล้วแต่ไม่ได้รับการรักษา ก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาในด้านของสุขภาพซึ่งจะมีผลต่อหัวใจ กระดูก กล้ามเนื้อ รอบเดือน และระบบสืบพันธุ์อีกด้วย

อาการของโรคไทรอยด์ สามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ ก็คือ

  • ไฮเปอร์ไทรอยด์

คือ การทำงานของต่อมชนิดนี้ที่มีมากจนเกินไป ซึ่งระดับฮอร์โมนของไทรอยด์ในเลือดนั้นจะมีอยู่ปริมาณที่สูงจนเกินไปเช่นกัน มีการทำงานของเซลล์ในร่างกายที่เร็วมากกว่าปกติ อาการที่ส่งผลต่อร่างกายคือ น้ำหนักที่ลดลงแบบผิดปกติ ขี้ร้อน เหงื่อออกมาก เหนื่อย ประจำเดือนมาน้อย ความจำไม่ค่อยดี กระสับกระส่าย ผมร่วง หัวใจเต้นผิดจังหวะ ท้องเสีย ผิวเป็นด่างขาว มือสั่น แขนขาไม่ค่อยจะมีแรง ตาโปน

  • ไฮโปไทรอยด์

ในส่วนของระดับ ไฮโปไทรอยด์ นี้ก็คือ การที่ร่างกายมีระดับการทำงานของต่อมไทรอยด์ที่น้อยจนเกินไป ซึ่งระดับไทรอยด์ในเลือดมีปริมาณอยู่ที่ระดับต่ำ และเซลล์ในร่างกายทำงานช้ากว่าปกติ  ซึ่งอาการที่ส่งผลต่อร่างกายก็คือ น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ขี้หนาว ง่วงนอน อ่อนเพลีย ผมร่วง ผิวแห้ง ซึมเศร้า เป็นตะคริวง่าย หัวใจเต้นช้า ท้องผูก รอบตาบวม หน้าบวม ตัวบวม และมีขนาดของต่อมไทรอยด์ที่โต

อาการของโรค เป็นอย่างไร

  • มีน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ฉับพลัน
  • จังหวะชีพจรเต้นเร็ว จังหวะไม่สม่ำเสมอ
  • อาการใจสั่น
  • อารมณ์แปรปรวน กระวนกระวาย
  • หงุดหงิดง่าย
  • อ่อนเพลีย
  • มือสั่น
  • ขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย
  • ถ่ายอุจจาระบ่อย หรือท้องเสีย
  • ต่อมไทรอยด์บริเวณลำคอบวม หรือโตขึ้น
  • มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง

 

สารอาหารที่ช่วยบำรุงมีอะไรบ้าง?

  • ไอโอดีน
  • วิตามินบี
  • ธาตุซีลีเนียม
  • สังกะสี
  • ทองแดง
  • สารต้านอนุมูลอิสระ
  • ธาตุเหล็ก

 

หากมีอาการดังต่อไปนี้ควรจะเข้ารับการรักษา

  • ไทรอยด์สูงหรือต่ำเกินไป
  • มีประวัติเคยตรวจเลือดแล้วพบความผิดปกติของไทรอยด์มาก่อน
  • มีประวัติได้รับการรักษาโรคไทรอยด์มาก่อน เช่น การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ การกลืนแร่ไอโอดีน
  • คนในครอบครัวเป็นโรคไทรอยด์
  • เป็นเบาหวานชนิดที่ 1
  • มีบุตรยาก
  • คอพอก มีก้อนที่คอ

 

การรักษา

  • การกินยาต้านโรค

สำหรับการรักษาโดยวิธีการรับประทานยา โดยที่ยาสำหรับหารใช้รักษานั้นมีอยู่ทั้งหมด 2 ประเภท ซึ่งจะมีหน้าที่ออกฤทธิ์กดการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมน  การรักษาด้วยยานี้ต้องระวังผลข้างเคียงของยา ก็คือ เม็ดเลือดขาวต่ำ ผื่น ตับอักเสบได้ ควรที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

  • การกลืนน้ำแร่ไอโอดีน

ซึ่งการรักษาวิธีนี้มันจะเข้าไปทำลายเซลล์ของต่อมชนิดนี้ และทำให้ต่อมนั้นมีขนาดที่เล็กลงและสร้างฮอร์โมนได้น้อยลง ในปัจจุบันวิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมเพราะมีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างจะน้อยและไม่ยุ่งยาก แต่ได้ผลอย่างรวดเร็ว

  • การผ่าตัดต่อมไทรอยด์

การใช้การรักษาประเภทนี้ มักจะนิยมทำการผ่าตัดในผู้ที่เกิดอาการคอมีลักษณะโตมากกว่าปกติ  หรือมีอาการที่กลืนอาหารและน้ำอย่างยากลำบาก การรักษาแบบการผ่าตัดเป็นวิธีที่ได้ผลเร็วที่สุด  แต่ก็มีผลข้างเคียงด้วยเช่นกัน เช่น เสียบแหบ

 

ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ควรพบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจติดตามอาการ และรับประทานยาสม่ำเสมอ งดการสูบบุหรี่หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไอโอดีนสูง วางแผนการคุมกำเนิดอย่างจริงจังและไม่ควรตั้งครรภ์ขณะไทรอยด์เป็นพิษเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดกับแม่และทารกได้และหากมีอาการผิดปกติอย่างอาการไทรอยด์กำเริบต้องรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อสุขภาพที่ดีและเพื่อชีวิตของคุณ

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่