Language and Logic
บทความทั่วไป

ภาษาและตรรกะ

ภาษาและตรรกะ Language and Logic

  Language and Logic เป็นวิชาที่ว่าด้วยกฎเกณฑ์ในการใช้เหตุผล ที่แสดงออกมาเป็นภาษา เหตุผลนั้นอยู่ในความคิด เวลาที่เราต้องการจะสื่อสาร ให้คนอื่นได้รับทราบและรับรู้ถึงเหตุผลในความคิดของเรา ก็ต้องใช้สัญลักษณ์ คือ ภาษา เป็นสื่อในการถ่ายทอดความเกิด ดังนั้น “ภาษา” และ “ตรรกวิทยา”ย่อมจะต้องมีความสัมพันธ์กัน แต่ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ อยู่ที่การจำแนกความแตกต่างระหว่างภาษา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตรรกวิทยา และ ภาษาในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับตรรกวิทยา

หน้าที่ของภาษาและตรรกะวิยา Language and Logic เป็นอย่างไร

เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่า ภาษา เป็นเครื่องมือในการสื่อสารความคิด และจัดว่ามันเป็นเครื่องมือที่แสนจะละเอียด และ ซับซ้อน จนเรามักจะใช้มันอย่างผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง มีนักปรัชญาในสมัยใหม่ท่านหนึ่ง ชื่อว่า เบิร์กเล่ย์ (George Berkeley : 1685 – 1753) ได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับ “ภายา” ไว้ว่า “การสื่อสารความคิด … ไม่ได้เป็นวัตถุประสงค์ที่สำคัญเพียงอย่างเดียว ของภายา อย่างที่เราเข้าใจกัน ยังมีวัตถุประสงค์อื่นๆ อีก เช่น การเร้าให้เกิดควาง

นักปรัชญาอีกท่านหนึ่ง คือ วิทเกนสไตน์ (Ludwig Wittgenstein : 1889 -1951) ได้เสนอไว้ในหนังสือที่เขาเขียน เรื่อง Philosophical Investigation ว่า สิ่งที่เราเรียกว่า สัญลักษณ์ ถ้อยคำ และประโยดต่างๆ นั้น เราอาจจะใช้ได้หลายรูปแบบ เช่น ใช้ในการออกกำสั่ง อธิบายปรากฎการณ์ รายงานเหตุการณ์  สร้างเรื่องราวเป็นนิยาย แต่งเป็นบทละคร หรือ บทเพลง การถ่ายทอดจากภาบาหนึ่ง ไปสู่อีกภายาหนึ่ง หรืออาจจะใช้ในลักยณะของการปฏิสันถาร การสาปแช่ง การสวดอ้อนวอน การแก้ปัญหาต่างๆ ฯลฯ

หน้าที่ของภาษา 3 ประการ คือ

1.ภาษาใช้ในการสื่อสารข้อความ (informative function) ใช้เพื่อการสนทนา หรืออธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ใช้เพื่อการยืนยัน หรือ ปฏิเสธ เรื่องราวต่าง ๆ และใช้เพื่อเสนอข้อเท็จจริงต่างๆ ซึ่งอาจจะสำคัญมาก หรือ น้อย แล้วแต่กรณี ซึ่ง ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราสามารถตัดสินได้ว่า จริง หรือ เท็จ

2.ใช้ในการแสดงอารมณ์ (expletive function) คือภาษาของกวี หรือนักประพันธ์ ซึ่งไม่ใด้ตั้งใจจะรายงานเหตุการณ์ หรือ ปรากฏการณ์ใดใด ไม่ได้มุ่งที่จะให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ แต่ มุ่งที่จะก่อให้เกิดอารมณ์ และ ความรู้สึก เช่น กวีฝรั่ง อางจะมีความรู้สึกต่อ “ความรัก” และถ่ายทอดความรู้สึกออกมาดังนี้

O my love’s like a red, red rove

That’ s newly sprung in June

O my love’s like the melody

That’ s sweetly ply in tune

3.ภาษาใช้ในการออกคำสั่ง (directive function) ใช้ในลักษณะของการอนุญาตให้กระทำการ หรือ ห้ามการกระทำนั้นๆ อาจะแสดงออกในรูปของคำสั่ง หรือ คำขอร้อง

เช่น การที่ตำรวจ บอกให้ผู้ใช้รถ ใช้ถนน ปฏิบัติตามกฎจราจร ประโยคที่กล่าวออกมา ไม่ได้เป็นการบรรยายความ หรือ กระตุ้นให้เกิดอารมณ์แต่อย่างใด แต่ ต้องการที่จะให้เกิดการกระทำ บางอย่าง “คำสั่ง” กับ “คำขอร้อง” นั้น ไม่ค่อยจะแตกต่างกันนัก ในคำขอร้องนั้น น้ำเสียงอาจจะอ่อนลง และกริยาท่าทีก็ไม่ค่อยจะดุดันนัก โดยอาจจะเติมคำว่า กรุณา หรือ ได้โปรด 1 เช่น “โปรดเคารพกฎจราจร” ซึ่ง เท่ากับเป็นคำสั่งให้ปฏิบัติตามกฎจราจรนั่นเอง พวกคำสั่ง หรือ คำขอร้องเหล่านี้ เราก็ตัดสินไม่ได้ ว่ามันจริง หรือ เท็จ เราอาจจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนั้นแต่เราไม่เคยมาทำการถกเถียงกันเลยว่า คำสั่งนั้นมันเป็นความจริง หรือ เท็จ

 

ทั้งหมดนี้ มีแต่ภาษาที่ทำหน้าที่ สื่อสารข้อความ และ รายงานข้อเท็จจริงเท่านั้น ที่เราจะสามารถตัดสินได้ว่า มันจริง หรือ เท็จ นอกนั้นตัดสินไม่ได้เลย ความจริงเท็จของข้อความ เป็นเรื่องสำคัญในการศึกษาตรรกวิทยา ผู้ที่ศึกษาตรรกวิทยา จะต้องสามารถจำแนกได้ว่า ประโยคที่ทำหน้าที่รายงานข้อเท็จจริงนั้น แตกต่างจากประ โยคชนิดอื่นๆ อย่างไร

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆที่สนใจเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่