guess
บทความทั่วไป

การเดาความหมายศัพท์

การเดาความหมายศัพท์ guess

ในการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ หากต้องเปิดพจนานุกรมเพื่อหาความหมายของศัพท์ที่ไม่รู้นั้น อาจจะทำให้เสียเวลาในการอ่านเป็นอย่างมาก และถ้าหากต้องทำข้อสอบที่เป็นภาษาอังกฤษแล้วนั้น การเปิกหาศัพท์ที่ไม่รู้ย่อมเป็นอะไรที่ไม่สามารถทำได้เลยในขณะนั้น การเดา guess ความหมายของศัพท์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะสามารถช่วยให้คุณสามารถทำข้อสอบได้ และมีเปอเซ็นที่จะทำได้ถูกต้องอีกด้วย โดยบทความนี้เราจะพาพูดถึงหลักการเดาความหมายของศัพท์กันว่ามีวิธีทำเป็นอย่างไร

เทคนิคการเดาความหมายศัพท์ guess มีอะไรบ้าง?

อุปสรรคที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ เวลาที่คนไทยอ่านภาษาอังกฤษนั้นหากไม่มีวามเชี่ยวชาญในเรื่องของคำศัพท์แล้วนั้นก็อาจจะทำให้ตีความหมายของประโยคเหล่านั้นไม่แตก และอาจจะส่งผลให้ทำไม่สามารถอ่านได้อย่างรู้เรื่องอีกด้วย จะให้เปิดหาคำศัพท์นั้นในบางครั้งก็ไม่สามารถทำได้ โดยเรามาดูวิธีหาความหมายของศัพท์กันว่าจะทำอย่างไรถึงจะไม่ต้องเปิดพจนานุกรมดู หรือ เดาส่งเดช 

  • เดาความหมายของศัพท์โดยอาศัยสื่อต่าง ๆ

การเดาความหมายของศัพท์ที่คุณไม่รู้จัก โดยอาศัยสื่อต่างๆโดยการ สื่อจากการจับใจความในประโยคนั้น ๆ คือ การอ่านโดยอาศัยใจความหรือข้อความเชิงแนะนำจากประโยคเหล่านั้น ก็คือการอ่านแบบพึ่งความหมายส่วนใหญ่ของข้อความ หรือ ใจความที่อยู่ใกล้ๆประโยคเหล่านั้น ซึ่งในขณะเดียวกันก็จำเป็นที่จะต้องอาศัยองค์ความรู้เก่าในเรื่องของชนิดของคำมาช่วยด้วย เพื่อการเดาความหมายของคำจะได้มีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างเช่น  the soldier gave the order to fire the enemy.

จากตัวอย่างประโยคข้างต้นนี้ พบว่ามีคำชี้แนะอยู่ 2 คำ ที่จะสามารถทำให้คนที่ไม่รู้ว่า fire แปลว่าอะไร จะสามารถทำการเดาคำนี้ได้ โดยทั้ง2คำนั้นก็คือ soldier และคำว่า enemy นั่นเอง โดยความหมายของคำที่คุณไม่รู้อย่าง fire นั่นต้องเกี่ยวกับคำว่า soldier และ enemy อย่างแน่นอน ดังนั้นหากจะต้องเดา ก็คงจะเดาว่า fire นั่นแปลว่า การยิงปืน หรือ การต่อสู้กัน นั่นเอง

  • การสื่อจากคำเหมือน

โดยปกติแล้วเราก็จะพสามารถพบคำศัพท์ที่ยากเกินที่เราจำนึกออกอยู่บ้างในแต่ละงานเขียน เราอาจจะไม่เคยมีความรู้มาก่อนว่าความหมายของมันแปลว่าอย่างไร แต่ผู้เขียนก็คงไม่ทิ้งไว้เพียงคำเดียว โดยอาจจะใส่ความหมายขยายของมันในบรรทัดต่อมา เพราะฉะนั้นหากเจอคำศัพท์ที่ยากเกินเข้าใจก็ขอเพียงอย่าหยุดอ่าน หากคุณอ่านไปเรื่อย ๆก็อาจจะทำให้คุณพบกับความหมายของคำที่คุณไม่รู้ก็เป็นได้

  • การใช้คำที่มีความหมายตรงกันข้าม 

เป็นอีกหนึ่งวิธีการของผู้เขียน โดยเราจำเป็นที่จะต้องหาความหมายของตัวที่ไม่ทราบโดยการหาคำที่ตรงกันข้ามกับมันนั่นเอง วิธีนี้คือเป็นวิธีที่ผู้เขียนจะทำการแสดงความคิดเห็น หรือ ข้อความที่แสดงถึงความขัดแย้งกันภายในเนื้อหาเดียวกันอยู่ด้วย คำที่ผู้เขียนนิยมนำมาใช้เป็นเครื่องแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันก็คือ on the other hand, as oppose, but  เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น what dose “ judiciously” mean? Write the meaning in the blank below.

ศัพท์คำว่า judiciously เป็นศัพท์ที่เราไม่อาจทราบความหมายของมันได้เลย แต่ในประโยคก็มีคำที่เป็น signal antonym คือ while นั่นเอง ซึ่งคำนี้เป็นคำที่บ่งบอกว่า ข้อความที่ตามหลังมานั้น จะต้องเป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามกับคำที่กล่าวมาข้างต้น โดยศัพท์ที่ต้องการทราบความหมายจะเป็นชนิดของคำ adverb ส่วนคำที่จะสามารถอยู่หลัง while ได้ ก็จะมี unwisely ดังนั้นจากคำ ๆนี้เราก็นำไปหาความหมายที่ตรงกันข้ามคือ wisely นั่นเอง

 

และทั้งหมดนี้เองก็เป็นตัวอย่างของการเดาคำศัพท์ที่เราไม่รู้และก็ไม่สามารถที่จะหาคำแปลในขณะนั้นได้ด้วย โดยวิธีการเหล่านี้ก็เรียกได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก หากใครที่จดจำหลักการเหล่านี้ได้นั้นก็จะเป็นผลดีต่อตัวคุณเองอีกด้วย

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่