folk music
บทความทั่วไป

ดนตรีพื้นบ้าน กับวัฒนธรรมไทย

ดนตรีพื้นบ้าน folk music กับวัฒนธรรม

ดนตรีและการผสมวงบรรเลงของไทยนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ดนตรีพื้นบ้าน folk music  และดนตรีแบบฉบับ เนื้อหาในบทความนี้จะเป็นเรื่องที่มาของดนตรีพื้นบ้านพื้นเมือง

ที่มาของดนตรีพื้นบ้าน folk music 

ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม และเป็นสมบัติของสังคม สังคมคือ กลุ่มคนที่อยู่ร่วมกัน มีความสัมพันธ์ติดต่อซึ่งกันและกัน มีการกระทำโต้ตอบกัน สังคมเป็นสถาบัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อันเป็นผลมาจากพฤติกรรม มของคนในสังคม ที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขภายในกฎเกณฑ์ที่คนกลุ่มนั้นทำหนดขึ้น หรืออยู่กันอย่างมีความขัดแย้ง

วัฒนธรรม หมายถึง การดำรงชีวิตหรือการดำเนินชีวิต ที่ประกอบด้วยพฤติกรรมอันสลับชับซ้อน เช่น ความรู้ทางวิชาการแขนงต่างๆความเชื่อ ศิลปะ ภาษา วรรณคดี ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี ความสามารถเฉพาะตัว จนอุปนิสัยของมนุษย์ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม  มีการแสดงออกในฎเกณฑ์ที่สังคมกำหนด เกิดเป็นการแสดงออกที่เป็นลักษณะพิเศษบางชนิดของพฤติกรรม ที่บ่งบอกว่าเป็นกลุ่มหรือสังคมเดียวกัน

 ตัวอย่างเช่น ภาษา การแต่งกาย คนตรี ศิลปะการวาตรูป เครื่องปั้นดินเผา การแสดงการประกอบอาชีพ การนับถือศาสนา การประกอบพิธีกรรม ๆลๆ วัฒนธรรมจึงเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมจึงมีความเกี่ยวข้องกันสังคมไทยอาจแบ่งให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยได้เป็น 3 ระดับ คือ สังคมชนบท สังคมเมืองและ สังคมเมืองหลวง

ซึ่งเช่นเดียวกับวัฒนธรรมไทยที่แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับพื้นบ้าน ระดับพื้นเมือง และ ระดับแบบฉบับสังคมชนบท คือ สังคมที่ตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นกลุ่มใกล้ ๆ กัน แล้วออกไปทำไร่ทำนาที่อยู่ห่างออกไป มัทมีวัดและโรงเรียนเป็นศูนย์กลาง การรวมกลุ่มอาศัยทางน้ำหรือแหล่งน้ำที่มีน้ำไหลผ่านตลอตปี เพราะเป็นสังคมกสิกรรมประกอบอาชีพ ทำนา ทำไร่ เป็นหลักอีกชนิดหนึ่งคือ อยู่กระจายกันตามไร่นาที่ตนเพาะปลูก 

นอกจากนี้ก็ยังมีที่ตั้งถิ่นฐานขนานไปตามเส้นทางคมนาคม หรือริ่มฝั่งน้ำ ริมถน ฯลฯ สังดมชนบทเป็นกลุ่มที่มีวัฒนธรรมระดับสังคมชนบทเป็นสังคมที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เป็นครอบครัวใหญ่ มีอัตราการเกิดสูงมีความเชื่อโชด ลาง ภูติฝีปีดาจต่าง ๆ ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมและศาสนา มีพ่อเป็นผู้นำครอบครัวมีอำนาจเด็ดขาด มีการฝึกฝนอาชีพตามบรรพบุรุษ จะมีวัฒนธรรมเด่นในแต่ละลาขาเพียงวัฒนธรรมเดียว เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสังคม 

ตัวอย่างเช่น

 อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี มีการ จักสานเป็นเยี่ยม บางตำบลในจังหวัคร้อยเอ็ด มีการทอผ้าไหมเป็นเยี่ยมสังคมเมือง คือ สังคมชนบทที่อยู่เป็นกลุ่มใหญ่ มีประซากรหนาแน่นขึ้น พื้นที่ไม่เพียงพอต่อการทำอาชีพกสิกรรม ประกอบทับมีการคมนาตมดีขึ้น คนในสังคมจึงเปลี่ยนจากกสิกรมาเป็นตนกลาง นำผลิตผลทางเกษตรจาก กกสิกรมาจำหน่าย มีร้านต้า โรงเรียน วัดตลาด มากขึ้น 

กลายเป็นย่านธุรกิจ เมื่อประชากรหน นาแน่นขึ้นจึงต้องมีหน่วยงานบริหารราชการ หน่วยงานบริหารต่าง ๆ ประชากรมือาชีพแตกต่างไปจากสั งคมชนบท มีการติดต่อกับสังคมเมือง หรือสังคมชนบทที่ไกลออกไปได้สะดวก เพราะการคมนาคมเจริญขึ้น ทำให้การสื่อสารมวลชน พื้นบ้านต่าง ๆ เจริญขึ้น เกิดการแพร่กระจายทางวัฒธรรมจากเมืองหลวง และการเมืองอื่น ๆ เข้าไป 

กลายเป็นแหล่งความเจริญทางวิทยาการและการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนอิทธิพลของวัฒนธรรมภายนอกทำให้วัฒนธรรมของคนในเมืองพัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนเห็นความ ามแตกต่างอย่างเด่นชัดจากวัฒนธรรมระดับพื้นบ้น ทำให้วัฒนธรรมตั้งเดิมที่เดยสืบทอดกันมาเปลี่ยนไปอาจป็นไปในลักษณะนำวัฒธรรมอื่น (ภายนอก) มาผสมผสาน หรือรับวัฒนธรรมภายนอกเต็มที่ ละทิ้งของตนเองเลยก็มี วัฒธรรมระดับนี้จัดเป็นวัฒนธรรม ระดับเมือง หรืออาจเรียกว่า ระดับพื้นเมือง

โดยสังคมเมืองหลวง คือ สังคมเมืองใหญ่ มีประชากรหนาแน่น เป็นศูนย์กลางการบริหารราชการ ศูนย์กลางการศึกษา เดรษฐกิจ การผลิต (อุตสาหกรรม) การคมนาคม ฯลๆ มีการติดต่อกับต่างประเทศ และอิทธิพลตะวันตกเข้าครอบคลุม ทำให้ลักษณะของคนในเมืองหลวงมีความแตกต่างในการประกอบอาชีพ ชับซ้อนตามสภาพของสังคมเมืองหลวงความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวน้อยลง เพราะการประกอบอาชีพนอกบ้าน การต่อสู้กับ

ค่าครองชีพ มีการแข่งขันทำให้ดนในเมืองหลวงเห็นแก่ตัว มีความสัมพันธ์กันอย่างผิวเผินปราศจากความจริงใจ ทั้งนี้เนื่องมาจากแบบแผนหรือกฎเกณฑ์ที่ว่างไว้ในทารติดต่อธุรกิจการงานทั้งภาดเอกชนและรัฐบาล ชนชั้นบริหารตลอ อดจนประมุขของประเทศมีอำนาจ เมืองหลวงจึงเป็นศูนย์กลางการปกครอง กำหนดนโยบายต่าง ” ไปยังส่วนภูมิภาค (สังคมเมือง) จึงมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมจากระดับพื้นเมืองไปสู่อีกระดับหนึ่ง ตือ ระดับแบบฉบับ หรือระดับหลวง (High Culture หรือ Classic Culture)

 

ทั้งนี้วัฒนธรรมระดับแบบฉบับ จึงเป็นวัฒนธรรมที่มีพัฒนาการมาจากวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคกลา ลางรวมถึงราชสำนัก ซึ่งเป็นศูนย์กลางของดวามเจริญทางวิทยาการ ทางการเมืองการปกดรองและการเดรษฐทิจ ประกอบกับผู้นำหรือชนชั้นปกดรองในสังคมมีอำนาจ และมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม จึงมีการขอยืมวัฒนธรรมจากประเทศเพื่อนบ้านวัฒนธรรมตะวันตก โดยเฉพาะอิทธิพลทางพุทธศาสนาลัทธิลังกวงศ์ าสนาฮินดู จึงทำให้วัฒนธรรมระดับนี้มีความผสมผลานและซับซ้อนมากกว่าวัฒนธรรมในท้องถิ่นอื่น ” แต่วัฒนธรรมท้องถิ่นหรือวัฒนธรรมพื้นบ้นบางส่วนก็ถูนำมาใช้  ถูกนำมาผส มผสานกับวัฒนธรรมภายนอก และมีพัฒนาก การมาจนมีรูปแบบที่ซับซ้อนและมีระเบียบแบบแผนเป็นแบบฉบับ จึงเรียกว่าวัฒนธรรมชั้นสูง วัฒนธรรมหลวง วัฒนธรรม แบบฉบับ หรือ Classic จัดเป็นประเพณีหลวง อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมทั้ง 3 ระดับนี้ ต่างก็ยังคงอยู่ในสังคมมิได้ถูกกลืน ในการศึกษาวิชาดนตรีวิจักขณ์ จึงควรทราบถึงลักษณะดนตรีของทั้งฝ่ายชาวบ้านและชาวเมือง 

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่