diversity
บทความทั่วไป

ความหลากหลายของภาษา

ความหลากหลายของภาษา diversity

นักภาษาเชื่อว่า คนแต่ละคนพูดภาษาไม่เหมือนกัน ความหลากหลาย diversity ของภาษานั้น ทุกอย่างมีลักษณะแตกต่างกันไปบ้างตามปัจเจกบุคคล และในบางครั้ง ความแตกต่างนั้นเกิดจากอาณาเขต บางครั้งความแตกต่างก็มาจากระดับสังคม เราถือว่าแต่ละภาษาต่างก็เป็นภาษาถิ่น (dialect) ฉะนั้นภาษาจะประกอบด้วยภาษาถิ่นหลายภาษาในทำนองเดียวกับสมุดประกอบด้วยกระดาษหลาย ๆ แผ่น กระดาษแผ่นเดียวไม่ถือว่าเป็นสมุด ฉะนั้นภาษาถิ่นภาษาเดียวก็ไม่ใช่ภาษาเช่นกัน

ความหลากหลาย diversity ของภาษา เป็นอย่างไร

ภาษาอังกฤษ ถือว่าในยุคปัจจุบันของโลกเรานี้ จัดเป็นภาษาที่พูดกันทั่วโลก ในอังกฤษเอง ในอเมริกา ในออสเตรเลีย มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 แล้ว  และยิ่งสมัยการคมนาคมติดต่อสื่อสารไม่ดี ภาษาของคนพูดภาษาอังกฤษแต่ละกลุ่มจึงมีลักษณะผิดเพี้ยนกันไป ยิ่งอยู่ไกลกันมากยิ่งผิดเพี้ยนกันไปแต่ละถิ่น

และเมื่อไหร่ก็ตามภาษาถิ่นสองภาษ าถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องเลย เมื่อนั้นก็จะถือว่าเป็นคนละภาษา คต่างภาษาจวงทางตอนใต้ของประเทศน  แม้จะไม่ได้มีการติดต่อกับคนไทยมาเป็นเวลานาน แต่ ม.รว.คึกฤทธิ์ปราโมช เล่าให้ฟังว่า เมื่อท่านไปเยี่ยมประเทศจีนและมีโอกาสไปแถบ คุนหมิง ได้ยินคนจวงพูดกัน ก็เข้าใจ

 เพราะมีความคล้ายกับภาษาเหนือของไทย ท่านจึงพูดกับเขาเป็นทำนองว่า เขาพูดภาษาไทยได้ เขากลับพูดว่า “มึงมาแต่ไหนจึงพูดจวงได้” เสียอีกคนปากีสถานพูด แต่อย่างไรก็ตามก็มีภาษาที่เราถือว่าเป็นคนละภาษาแต่พูดกันรู้เรื่อง เช่น ภาษาอูรดู กับคนอินเดียที่พูดภาษาฮินดี ต่างคนต่างเข้าใจกัน แม้ว่าจะมีกฎทางไวยากรณ์แตกต่างกันก็ตาม 

หรือในทำนองเดียวกัน คนนอร์เวย์พูดภาษานอร์วีเจียน สนทนากับคนเดนมาร์กพูดภาษาเดนิชก็รู้เรื่องกันดี แต่เราก็ถือว่านอร์วีเจียนเป็นภาษาหนึ่ง เดนิชเป็นอีกภาษาหนึ่ง เพราะพูดกันคนละประเทศและมีกฎไวยากรณ์ที่แตกต่างกัน

มาตรฐานของภาษาหรือภาษากลาง

สำหรับประเทศไทยนั้นถือว่าภาษาไทยกลางเป็นภาษามาตรฐานหรือภาษากลางเป็นภาษาที่ราชการใช้ แต่จะต้องเข้าใจว่า ภาษาถิ่นต่างๆ เช่น ภาษาอีสาน ภาษาเหนือ ภาษาปักษ์ใต้ ฯลฯ ก็เป็นภาษาถิ่นไทยเหมือนกันมีศักดิ์ศรี มีความสำคัญต่อประเทศไทยเท่าเทียมกัน

นักภาษาศาสตร์มีความเชื่อว่าภาษาทุกภาษาไม่ว่าจะเป็นภาษาถิ่นหรือภาษาใดก็ตาม มีความสำคัญต่อมนุษยชาติ มีความสมบูรณ์ในตัวของภาษานั้นเอง และมิได้ด้อยกว่าภาษาอื่นเลย แต่การที่มีภาษากลางหรือภาษาราชการใช้ก็เพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสารและความเป็นเอกภาพของคนในประเทศเดียวกัน อย่างที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนกำลังพยายามทำอยู่ก็คือ ให้ใช้ภาษาจีนกลาง ซึ่งเป็นภาษาแมนดาริน ภาษาถิ่นของเมืองปักกิ่ง แต่คนจีนก็ยังคงพูดภาษถิ่นอื่น ๆ กันอยู่  ในปัจจุบันนี้ก็ได้เรียนและพูดภาษาแมนดารินเป็นกันส่วนมากแล้ว ภาษาที่ได้ยอมรับนับถือว่าเป็นภาษามาตรฐาน มักจะขึ้นอยู่กับผู้นำทางการเมืองหรือฐานะทางเศรษฐกิจด้วย 

 แต่สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ใหญ่มาก กว่าจะตกลงว่าภาษาใดเป็นภาษามาตรฐานก็ต้องจัดประชุมระดับชาติกันขึ้นหลายครั้ง ยังหาข้อยุติไม่ได้  แต่ก็พออนุมานได้ว่า ให้ถือภาษาย่านตะวันตกกลางหรือภาษาของพวกอ่านข่าวทางโทรทัศน์เป็นมาตรฐาน 

ส่วนภาษาอังกฤษในประเทศอังกฤษนั้นถือเอาภาษาอังกฤษที่คนได้รับการศึกษาพูด เรียกว่า Received Pronunciation เป็นภาษามาตรฐาน ฉะนั้น ใครก็ตามที่พยายามจะผลักดันให้ภาษาถิ่นใดถิ่นหนึ่งว่ามีศักดิ์ศรีสูงกว่า นิยมใช้มากกว่า มีคำมากกว่า มีเหตุมีผลกว่า มีความซับซ้อนกว่า มีคน มีประวัติมานานกว่ามีอิทธิพลมากกว่า และดีกว่าภาษาถิ่นอื่น เป็นการลงความเห็นที่อยู่บนพื้นฐานเชิงจิตวิสัยเข้าข้าง

 

 นักภาษาศาสตร์จะเห็นด้วยกับการมีภาษามาตรฐานก็เพื่อประโยชน์ของการติดต่อสื่อสารในสังคมเท่านั้น ทุกคนมีสิทธิที่จะพูดภาษาถิ่นและควรมีความภาคภูมิในภาษาถิ่นของตนด้วย

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่