Crime law
Blogging

อาชญากรรมและกฎหมาย

อาชญากรรมและกฎหมาย crime law

อาชญากรรมตามความหมายของกฎหมายมีความหมายกว้างมากถ้าจะถือความหมายของอาชญากรรมตามนัยแห่งกฎหมายโดยเคร่งครัดแล้ว การกระทำความผิดต่อกฎหมายใด ๆย่อมถือว่าเป็นการประกอบอาชญากรรมทั้งสิ้น เช่น การลักลอบเล่นการพนัน การฆ่าคน การฝ่าฝืนกฎจราจร ฯลฯ แต่การกระทำเหล่านี้มีความหนักเบาไม่เท่ากัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีการกำหนดขอบเขตการลงโทษเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม crime law

crime law โดยทั่วไปความผิดตามกฎหมายอาญาแบ่งเป็นสองประเภท

คือ ความผิดลหุโทษ และความผิดอุกฉกรรจ์ ความผิดลทุโทษตามประมวลกฎหมายอาญา หมายถึง ความผิดซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท อาจกล่าวได้ว่า 

  • ความผิดลหุโทษเป็นความผิดเล็กน้อยไม่ร้ายแรง ผู้กระทำผิดจะได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากผู้กระทำผิดประเภทอื่น โดยอาจได้รับการผ่อนผัน หรือเพียงโทษปรับ ส่วนการปฏิบัติของสังคมต่อผู้กระทำผิดประเภทนี้ก็ยังสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่สังคมยอมรับ
  • ความผิดอุกฉกรรจ์ ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้ง ถึงลักษณะความผิด กรมตำรวจมหาดไทยได้ว่างระเบียบการรายงานดดีอุกฉกรรจ์ไว้ ดดีอุกฉกรรจ์ ได้แก่ “ดดีอาญาที่มีการกระทำผิดในเรื่องประทุษ ร้ายต่อร่างกายจนถึงตาย  หรือคดีที่มีการประทุษร้ายต่อทรัพย์สินในลักษณะของคดีชิงทรัพย์ ปลันทรัพย์ หรือเป็นดดีเหตุพิเศษ เป็นที่สนใจต่อส่วนรวม”

กรณีเด็กประกอบอาชญากรรม จะเป็นอย่างไร

ในกรณีนี้ สังคมจะยอมรับว่าเด็กเป็นเพียงผู้กระทำผิดกฎหมาย มิใช่เป็นอาชญากร การยอมรับสภาพการกระทำผิดของเด็ก ได้กำหนดในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 ซึ่งผลของกฎหมายนี้ ก่อให้เกิดแนวทางการปฏิบัติต่อเด็กกระทำผิดแตกต่างไปจากอาชญากรการพิจารณาความหมายของอาชญากรรมตามนัยกฎหมาย 

มีประเด็นสำคัญอันเกี่ยวกับความผิด คือ การกระทำที่ผิดในตัวเอง กับการกระทำผิดที่กฎหมายบัญญัติเป็นข้อห้ามความแตกต่างของความผิดสองประเภทนี้ ได้แก่ การกระทำผิดที่เป็นความผิดในตัวเอง โดยถือว่าเป็นบาปและขัดต่อหลักศีลธรรมอย่างร้ายแรงในสังคม ความผิดประเภทนี้ ได้แก่

ฐานฆ่าคนตาย ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ข่มขืน ฯลฯ ความผิดที่กฎหมายบัญญัติเป็นข้อห้าม หมายถึงลักษณะของความผิดที่ไม่ขัดต่อหลักศีลธรรมและผู้กระทำผิดไม่มีความประพฤติเป็นอาชญากรแม้ว่าจะขัดต่อสังคม แต่ไม่ถูกประณามว่าชั่วร้าย ได้แก่ การลักลอบเข้าเมือง การกักตุนสินค้า

จะเห็นได้ว่าการกระทำผิดที่เป็นความผิดในตัวเองถือเป็นการประกอบอาชญากรรมส่วนในประเด็นหลังยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ได้มีการวิจารณ์กันถึง กฎหมายเป็นตัวการทำให้เกิดปัญหา กฎหมายไม่ได้เป็นเพียงต้นกำเนิดของดวามผิดที่ระบุไว้และมิใช่เป็นจุดสุดท้ายในกระบวนการการควบคุมทางสังคมแต่ยังมีส่วนโดยตรงที่ทำให้เกิดการกระทำผิดชนิดที่ห้ามไว้มากขึ้น และผลติดตามมาคือความผิดประการอื่น การบังดับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วและการตรากฎหมายใหม่ขึ้นมาใช้เพื่อการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด 

บางครั้งก็ไม่ได้ทำให้สังคมอยู่ในระเบียบได้ นักสังคมวิทยารุ่นใหม่ได้เสนอว่า ทั้งการควบคุมทางสังคมและการกระทำผิดต่างเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ละจุดมุ่งหมายของการกระทำ แต่จำเป็นจะต้องแยกพิจารณา  โดยเฉพาะมีข้อสงสัยว่าความตั้งใจและความปรารถาอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กฎหมายไร้ประสิทธิภาพ มีการฝ่าฝืน 

ฉะนั้น ความพยายามที่จะปราบปรามการกระทำผิดบางอย่างประสบความล้มเหลวและกลายเป็นการเพิ่มปัญหาที่ต้องการจะปราบปรามได้ เช่น การเพิ่มภาษีเครื่องไฟฟ้า ยุปกรณ์ต่าง ๆ เพี่ยนำภาษีมาช่วยบำรุงรัฐ ผลปรากฏในทางตรงข้ามที่ว่าสินค้าเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าหนีภาษีเหล่านี้ได้เข้ามาตีตลาด นักสังคมวิทยาในฐานะที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบริหารดำเนินงาน งานยุติธรรมหรือการบังดับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมสังคม ย่อมจะมีอิสระในการกำหนดแนวความคิด เพื่อความยุติธรรมในสังคม 

 

โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องถูกต้องตามนัยแห่งกฎหมาย ซึ่งหมายถึงความประพฤติบางอย่างนักสังคมวิทยาไม่จัดว่าเป็นอาชญากรรม เช่น การกระทำผิดของเด็กหรือการลักลอบเข้าเมือง ไม่สมดวรจะเรียกบุดคลเหล่านี้เป็นอาชญากร แต่ผู้กระทำผิดก็ควรจะได้รับโทษตามกฎหมาย

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่