gain
สุขภาพ อาหาร

กำจัดน้ำหนักส่วนเกิน

กำจัดน้ำหนักส่วนเกิน Gain หากใครที่กำลังมีแพลนที่กำลังอยากจะกำจัดน้ำหนักส่วนเกิน Gain แล้วหละก็ เพราะด้วยความที่คุณมีรูปร่างที่ไม่เป็นที่ต้องการ หรือต้องการดูแลรูปร่างให้ดูดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และไม่ว่าเหตุผลอะไรที่คุณต้องการจะลดน้ำหนัก ในบทความนี้มีวิธีที่จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีได้ ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง เพราะเหตุใดบ้าง คุณถึงต้องลดน้ำหนักส่วนเกิน Gain ทำให้คุณเกิดโรคต่าง ๆ ได้เนื่องจากไขมันที่มากเกินควรในร่างกาย หายใจลำบาก เนื่องจากอ้วนเกินไป เดินวิ่ง ลุกนั่ง มีความลำบากในการใช้ชีวิต มีรูปร่างที่ไม่เป็นที่พึงพอใจต่อตนเอง ต้องการดูแลรูปร่างให้ดูดี ต้องการความแข็งแรงของร่างกาย วิธีลดน้ำหนักส่วนเกิน ทำได้อย่างไรบ้าง? นับแคลเลอรี่ก่อนรับประทาน การนับแคลเลอรี่ก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยคุณให้มีรูปร่างที่ดีขึ้นได้ เนื่องจากร่างกายของคนเราต้องการแคลเลอรี่ที่อยู่ในปริมาณไม่เกิน 1500 แคลเลอรี่ต่อวัน เนื่องจากการใช้ชีวิตปกติต่อวันจะสามารถกำจัดแคลเลอรี่ในปริมาณนี้ได้ จึงทำให้น้ำหนักของร่างกายไม่เพิ่มขึ้น และไม่มีการสะสมของไขมันในร่างกายนั่นเอง หากมีการรับประทานในปริมาณที่มากกว่า และไม่มีการนำในส่วนของแคลเลอรี่ตรงที่ได้รับมาอย่างเกินเกณฑ์ออกไป จะทำให้เป็นการสะสมของไขมันไปเรื่อย ๆ คุณก็จะมีขนาดของไขมันสะสมที่มากเกินควร และอาจเป็นสาเหตุของโรคอ้วนขึ้นได้ เมนูอาหารเช้า อาหารเช้าเรียกได้ว่าเป็นมื้อของอาหารที่สำคัญที่สุดของร่างกาย แต่ถ้าหากมีความต้องการที่จะลดน้ำหนักก็ใช่ว่าเราจะสามารถรับประทานอะไรก็ได้ทุกอย่างตามที่ปากและใจต้องการ คำแนะนำที่ดีคือคุณควรทานเป็นน้ำเต้าหู้ไม่หวานสักแก้ว หรือจะเป็น อาหารจำพวกที่ไขมันน้อย แต่มีคุณค่าทางสารอาหารที่สูง ประเภทไข่ต้ม เป็นต้นซึ่งการทานไข่ต้มจะช่วยให้คุณอิ่มได้นานขึ้นนั่นเอง และยังเป็นอะไรที่อยู่ท้องได้นานขึ้นอีกด้วย ไม่ทำให้หิวง่ายระหว่างวัน มื้อกลางวัน สำหรับมื้ออาหารในช่วงเวลากลางวัน ก็ควรที่จะทานอาหารที่มีแคลเลอรี่ไม่สูงมากเช่นกัน […]

fried
อาหาร

ของทอดกินอย่างไรถึงจะไม่อ้วน

Fried ของทอดกินอย่างไรถึงจะไม่อ้วน การที่เราได้รับประทานอาหารทอด Fried  มันคือความสุขทางใจอย่างหนึ่ง เพราะทั้งรสชาติและความกรุบกรอบของมัอาหารทอดนั้นมันช่างทำให้มีความสุขเสียจริง แต่คุณลืมไปหรือไม่ การรับประทานของทอดมากไปและบ่อยจนเกินไปก็อาจจะทำให้อ้วนและทำให้คอเลสเตอรอลในร่างกายสูงขึ้นได้นะ โดยบทความนี้ จะมาอธิบายถึงวิธีการรับประทานของทอดไม่ให้อ้วนกัน ว่าต้องกินอย่างไรถึงจะปลอดภัยต่อสุขภาพร่างกายที่สุด Fried กินของทอด อย่างไรถึงจะปลอดภัยที่สุด? การเลือกรับประทานอาหารชนิดอื่นร่วมกับการทานของทอด การรับประทานของทอดอย่างเดียวนั้น อาจก่อให้เกิดร่างกายได้รับไขมันเพียวๆมากจนมากเกินไป อาจก่อให้เกิดโรคอ้วนตามมาได้ หรือโรคอันตรายอย่าง โรคคอเรสเตอรอลสูง เป็นต้น โดยการรับประทานของทอดไปพร้อมกับเครื่องเคียงต่างๆ จะเป็นตัวช่วยป้องกันการสะสมของไขมันในร่างกายได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว โดยเครื่องเคียงที่แนะนำให้กินไปพร้อมกับของทอดได้แก่อะไรบ้าง? ผักต่างๆ  สาหร่าย  เห็ด  และอาหารที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร  ซึ่งอาหารเหล่าประเภทเหล่านี้ จะเป็นตัวช่วยการในการช่วยดูดซับเอาไขมันที่เข้าไปยังภายในร่างกายจากการรับประทานอาหารแล้วทำการขับออกจากร่างกายทางอุจจาระ โดยมีความเชื่อว่า กะหล่ำปลีหั่นฝอยนั้นมีสารอาหารประเภทเส้นใยอาหารอยู่สูง จะช่วยดูดซับเอาไขมันจากหมูทอดและขับออกจากร่างกายได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว ผักสด  ผักดอง หัวไชเท้าขูด  ซึ่งในอาหารเหล่านี้จะมีเอนไซม์ที่ช่วยเสริมการทำงานของระบบเผาผลาญพลังงาน อาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยวิตามินบี 2 ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะพบได้มากในเนื้อสัตว์ ปลา, ชีส และเห็ดไมตาเกะ โดยจะช่วยเสริมการเผาผลาญของไขมันในร่างกายได้ดี อาหารทอด ควรกินอย่างไรถึงจะดีต่อสุขภาพที่สุด? อาหารที่ทอดแล้วและถูกทิ้งไว้นานจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของน้ำมัน ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปก็อาจจะก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายได้ อีกหนึ่งวิธีการรับประทานอาหารทอดให้ดีต่อสุขภาพคือ รับประทานหลังจากทอดเสร็จใหม่ๆ และควรใช้น้ำมันทอดที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นได้ยาก เช่น น้ำมันมะกอกและน้ำมันคาโนล่า เป็นต้น นอกจากนี้ก็อาจจะเปลี่ยนวิธีทอดโดยลดปริมาณน้ำมันหรือใช้วิธีการนำมาอบด้วยน้ำมันเล็กน้อยแทน การลดและควบคุมน้ำหนักไม่จำเป็นต้องเลิกรับประทานอาหารที่ชอบ เพียงแค่ลดปริมาณและเปลี่ยนวิธีการรับประทาน […]

อาหาร

อาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น 

การเก็บอาหารในตู้เย็นจะเป็นวิธีการถนอมอาหารที่ได้ผลดี แต่ไม่ใช่ว่าอาหารทุกชนิดจะสามารถรักษาคุณภาพของอาหารด้วยการแช่ในตู้เย็นได้ เพราะความเย็นอาจทำให้คุณภาพของอาหารบางอย่างเสื่อมลง และอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เรามาดูกันว่าอาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น มีอะไรบ้าง แตงโม แตงโมเป็นผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เมื่อโมเลกุลของน้ำโดนความเย็น จะทำให้มีความหนาแน่นมากขึ้น ทำให้เนื้อแตงโมมีความฉ่ำน้ำ ชุ่มน้ำ และมีรสชาติแย่ลง การเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้เรียกว่า การสะท้านหนาว (Chilling Injury) ซึ่งสามารถพบได้ในการใช้ผลไม้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำเกินไป โดยแตงโมจะเกิดอาการสะท้านหนาวอยู่ที่อุณหภูมิที่ต่ำกว่า 7 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ทดลองเก็บแตงโมในอุณหภูมิที่ต่างกัน ที่ 5, 13 และ 21 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 14 วัน พบว่าสารพฤกษเคมีกลุ่มแคโรทีนอยด์ทั้งไลโคปีน และเบต้าแคโรทีน ที่อุณหภูมิ 21 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิที่ใกล้เคียงกับอุณหภูมิห้อง จะมีปริมาณที่เพิ่มขึ้น ทั้งไลโคปีนที่เพิ่มขึ้นราว 11-40% ซึ่งไลโคปีนมีประโยชน์เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ ในส่วนของเบต้าแคโรทีนจะเพิ่มขึ้นราว 50-139% มีประโยชน์ในเสริมสร้างภูมิคุมกันของร่างกาย ต้านอนุมูลอิสระ และดูแลหลอดเลือด ในทางตรงกันข้าม หากเก็บแตงโมไว้ที่อุณหภูมิที่ต่ำกว่า 21 องศาเซลเซียส ปริมาณสารพฤกษเคมีเหล่านี้ก็จะมีปริมาณลดลง วิธีเก็บรักษาแตงโม สามารถเก็บเอาไว้ได้ในอุณหภูมิห้องปกติ หากอยากรับประทานแตงโมเย็นๆ สามารถนำไปแช่เย็นในระยะเวลาสั้นๆ […]