AQ
บทความทั่วไป

ทำความเข้าใจกับความคิด สติปัญญาของเด็ก

ทำความเข้าใจกับความคิด สติปัญญาของเด็ก AQ

หลาย ๆ คนคงเคยสงสัยว่า AQ คืออะไรและเกี่ยวข้องกับเด็กอย่างไร ในบางครั้งการที่เด็กร้องไห้ มีอาการชอบทำลายข้าวของ หรือมีอารมณ์ที่รุนแรงเมื่อไม่ได้ดั่งใจตนเอง นั่นก็คือวิธีที่พวกเขาเหล่านั้นใช้ต่อสู้กับปัญหาที่พวกเขาแจอ ซึ่งในขณะเดียวกัน การที่เด็กบางคนอาจมีนิสัยที่นิ่ง ตั้งใจรับฟัง คิด และเรียนรู้อย่างจดจ่อแน่วแน่ สามารถยับยั้งชั่งใจต่อความต้องการของตัวเองได้นั้น พฤติกรรมเหล่านี้อาจบอกอะไรกับผู้ใหญ่อย่างเรา ๆได้บ้าง โดยบทความนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้กัน

AQ ของเด็กคืออะไร?

คือภาวะของอารมณ์ที่มีความสามารถในการอดทนต่อสิ่งเร้าต่างในชีวิต อาทิ เช่น ความยากลำบากที่ต้องพบเจอไม่ว่าเรื่องอะไร ความจำเป็นจะต้องอดกลั้นในจิตใจ ที่สามารถเผชิญ และต้องการเอาชนะเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้และเมื่อต้องเผชิญ กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนเองอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะมาในรูปแบบของพฤติกรรมการตอบสนองต่อปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในชีวิต ซึ่งภาวนะอารมณ์พวกนี้เองจึงเป็นกลไกของระบบสมอง

 

 ความสามารถในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?

  1. การควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้น เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรค
  2. ความพยายามของตนเองที่จะควบคุมสถานการณ์และอยากที่จะแก้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านั้น
  3. วิธีคิดต่อปัญหาและวิธีมองเห็นปัญหาทเพื่อที่จะเข้าไปแก้สถานการณ์
  4.  ความสามารถสำหรับหารอดทนและอดกลั้นต่อปัญหาต่าง ๆ ที่เจอ

 

ทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องนี้ กล่าวไว้ว่าอย่างไรบ้าง?

ผู้คิดค้นทฤษฎีนี้ ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ความกลัวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง ถือเป็นเรื่องปกติ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถรู้สึกได้ด้วยตนเองกันทุกคนนั้นสามารถสร้างความกลัวให้แก่ทุกคนได้ เป็นสิ่งที่แน่นอนว่าจะต้องเกิดภาวะทางอารมณ์นี้อยู่แล้ว แต่ถ้าได้ลองทำการเปิดโอกาสให้ความรู้สึกของตัวเองให้เกิดความยืดหยุ่น เพื่อที่จะปรับตัวให้สามารถเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี และกล้าที่จะเผชิญปัญหาอย่างไม่ย่อท้อ 

ซึ่งการทำลักษณะเหล่านี้ จะทำให้คนผู้นั้น มองเห็นสถานการณ์ที่ไม่ดีหรือปัญหาที่พบเจอเป็นเพียงแค่เรื่องท้าทาย และด้วยเหตุผลนี้เอง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกว่าที่จะกลัวความเปลี่ยนแปลง และแนวคิดนี้ ยังเป็นแนวคิดของจุดเริ่มต้น เพื่อจะให้เด็กที่ต้องการจะรับมือกับความกลัวการเปลี่ยนแปลง สามารถรับมือกับสิ่งเหล่านั้นได้อีกด้วย 

ความสามารถในการปรับตัวนี้ จะอาศัยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยหลอมรวมด้วยกัน โดยการเลี้ยงดูของผู้ปกครองและพ่อแม่และรวมไปถึงการอบรมเลี้ยงดูของคุณครู วิธีที่จะหล่อหลอมให้เด็กกลายเป็นบุคคนที่มีความคิด และสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เพียบพร้อมที่จะสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข อีกด้วย

 โดยทั้งเอคิว ไอคิวหรือจะเป็น อีคิว ก็ตามแต่ พวกนี้ถือเป็นทักษะที่สามารถพัฒนาได้ตั้งแต่ในวัยเด็ก โดยไอคิว คือความฉลาดทางปัญญา เป็นส่วนหนึ่งที่มาจากพันธุกรรมที่ถูกส่งต่อจากพ่อแม่ 50 % และจากสภาพเลี้ยงดู สิ่งแวดล้อม และประสบการณ์ รวมกันอีก 50 % ซึ่งผู้ปกครองและคุณครูเอง ก็สามารถที่จะพัฒนา ไอคิวของเด็กได้อย่างไม่ยากนัก ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังมีสื่อการเรียนรู้ด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากพอ 

ไอคิว เปรียบเสมือน ความฉลาดทางการเรียนรู้ และอีคิวเปรียบเสมือน ความฉลาดในการจัดการและรับมือกับอารมณ์นั่นเอง ซึ่งสารทั้งคู่นี้ ยังมีหน้าที่ส่งเสริมกันและกันอยู่ด้วย เด็กในยุคนี้ ไม่วายจะต้องคอยเอาตัวรอดจากปัญหาในสังคมที่มีมากขึ้นทุกวัน จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีความสามารถในการปรับตัวของตนเองอยู่เสมอ มีความกล้าที่จะเผชิญปัญหาทุกรูปแบบและสามารถกล้าที่จะเรียนรู้และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิต

 

 หากอยากให้เด็กมี ไอคิว ต้องทำอย่างไร?

  1. การเด็กที่ได้รับประทานสารอาหารให้ครบ 5 หมู่  ได้รับน้ำและอากาศที่บริสุทธิ์ที่มากพอ สภาพแวดล้อมรอบข้างของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและการได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีจากคนรอบข้าง และเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ
  2. สอนให้เด็กรู้จักการมองโลกในแง่บวกอยู่เสมอ ฝึกให้เด็กรู้จักสังเกตสิ่งต่าง ๆรอบตัวและ มองดูรอบๆตัว อยู่เสมอว่าสิ่งรอบข้างนั้นดีอย่างไร ได้ทำการพูดคุยและได้ลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและอยากจะทำ สิ่งเหล่านี้จะเป็นภูมิที่ดีให้แก่เด็ก
  3. ให้เด็กได้เล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ เพื่อพัฒนาการที่ดีและสดใสตามวัยของเด็ก
  4. ปล่อยให้เด็กใช้ความพยายามของตนเอง โดยผู้ปกครองคอยสร้างกำลังใจและส่งเสริมพลังบวกให้แก่พวกเขาอยู่ตลอด

 

การปล่อยให้เด็กมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่เสมอ ย่อมเป็นผลดีต่อกระบวนการทางความคิดและตัดสินใจและการเติบโต จงอย่าปิดกั้นเด็กต่อโลก หัดให้พวกเค้าได้ลองใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง ย่อมเป็นผลดีแก่ตัวของเด็กที่สุด

 

หากตต้องกการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่