Adjective
บทความทั่วไป

การวางตำแหน่งของคำคุณศัพท์

การวางตำแหน่งของคำคุณศัพท์ Adjective

โดยไม่ว่าใครก็ตามที่รู้จักหลักการใช้คำคุณศัพท์ Adjective  เป็นอย่างดี คนๆนั้นจะเป็นนักเขียนและนักพูดที่ดีมาก ไม่มีคำประเภทไหนที่ทำให้ประโยคของภาษาอังกฤษมีความสละสลวยได้ใจความได้เท่ากับคำคุณศัพท์อีกแล้วเมื่อใช้ถูกกาลเทศะและในโอกาสที่เหมาะสม บางครั้งหลายคนอาจจะรู้สึกว่าใครคนนั้นทำไมถึงเขียนภาษาอังกฤษได้ดีหรือพูดได้ดีขนาดนั้น ขอให้คุณได้ทำการสังเกตดูว่า เขาคนนั้นจะต้องมีการใช้คำคุณศัพท์ได้เก่งนั่นเอง โดยบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับตำแหน่งที่ใช้กับคำที่มีลักษระนี้กัน ว่าควรใช้อย่างไร

คำคุณศัพท์คืออะไร Adjective

เรียกได้ง่ายๆว่าคำคุณศัพท์นั้นก็คือ คำที่เรานำเอามาใช้เป็นการขยายนามต่างๆให้ผู้อ่านได้เกิดความเห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดังเช่นประโยคนี้ “there was a puppy in the basket.” มีลูกสุนัขอยู่ในตะกร้า แต่หากทำการใส่คำคุณศัพท์เข้าไปนั้นก็จะมีประโยคที่ดูสวยขึ้น ดังนี้ “there was a tiny, fluffy white puppy in a brown basket.” แปลว่า มีลูกสุนัขสีขาวตัวเล็กๆขนฟูในตะกร้าสีน้ำตาล 

เมื่อทำการเอาทั้งสองประโยคมาเปรียบเทียบกันแล้วนั้น จะพบได้ว่าประโยคที่สองมีความไพเราะมากกว่าประโยคแรกที่เหมือนเป็นเพียงคำที่บอกเฉยๆเพียงเท่านั้นว่ามีลูกสุนัขอยู่ในตะกร้า โดยถ้าหากอยากเก่งในภาษาอังกฤษแล้วนั้น การใช้คำคุณศัพท์ก็เป็นอะไรที่สำคัญมากอย่างแท้จริงสำหรับไม่ว่าจะเป็นการเขียนหรือการนำเอาไปพูด การพยายามที่จะจดจำคำคุณศัพท์ให้ได้มากที่สุดย่อมเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นอย่างมากจริงๆ

หลักการใช้คำคุณศัพท์ ใช้วางที่ใดของประโยค

1.โดยปกติแล้ว คำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ จะนำหน้านามที่มันต้องการขยาย เช่น

  • She greeted me with his friendly grin and settles down in a comfortable chair. แปลว่า เธอต้อนรับฉันด้วยการยิงฟันยิ้มอย่างเป็นมิตร และนั่งลงบนเก้าอี้อันสะดวกสบาย

จะทำการสังเกตได้ว่า คำว่า friendly นั้นซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ ขยายคำนาม grin และ comfortable ซึ่งขยายคำนาม chair อยู่หน้าคำนามที่ขยายทั้งนั้น ขอให้สังเกตว่าคำว่า friendly นั้นเป็นได้ทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์ (adverb) แม้ว่า -ly จะทำให้ดูลักษณะเป็นกริยาวิเศษณ์ก็ตาม

โดยคำคุณศัพท์ที่มีปัจจัย -ly มีอยู่หลากหลายคำด้วยกัน โดยทั้งหมดมาจากคำนาม เช่น kindly, manly, womanly, gentlemanly, fleshly, daily(มาจากนาม day) เป็นต้น

2.ถ้าต้องการใช้คำคุณศัพท์ขยายคำเหล่านี้

ได้แก่คำว่า someone, somebody, something, no one, nobody, nothing, anyone, anybody, anything, everyone, everybody, everything แล้ว คำคุณศัพท์จะต้องอยู่หลังเสมอ เช่น

  • Have I done anything wrong?  แปลว่า ผมทำผิดอะไร

3.คุณศัพท์อาจจะตามกริยาเชื่อม (linking verb) อันได้แก่ verb to be และกริยาที่เกี่ยวกับความรู้สึก (sensational verb) เหล่านี้ก็คือ 

  • Am, is, are, was, were, be, appear, smell, taste, grow, become, look, feel, remain, prove, get, sound, show, make, keep, glow เป็นต้น

เพราะคนส่วนมากมักใช้ตรงนี้ผิดเสมอ โดยการที่เอากริยาวิเศษณ์ (adverb) ใส่ตามหลังกริยาเชื่อมข้างบนนี้กัน แม้แต่คนอังกฤษ คนอเมริกันเอง ก็ใช้ผิดเสมอ ทั้งนี้ก็เพราะว่า ปกติแล้วมีกฎอยู่ว่า ให้ใช้กริยาวิเศษณ์ขยายกริยาแท้ แต่คนที่ใช้ผิดนั้น ไม่ได้คิดเลยว่า เมื่อใช้กริยาเชื่อมแล้ว คำที่ตามกริยาแท้มาไม่ได้ใช่ดริยาแท้ หากแต่เป็นคำที่บอกลักษณะของประธานมากกว่า 

วิธีทดสอบที่ดีเพื่อที่จพได้รับรู้ว่า คำที่ตามกริยานั้นมาควรจะเป็นคำคุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์ ให้เอา verb to beใส่แทนกริยาแท้เข้าไป ถ้าความหมายเกือบเหมือนเดิมก็ให้ใช้คุณศัพท์ แต่ถ้าความหมายเปลี่ยนไปก็ใช้คุณศัพท์ไม่ได้ ตัวอย่างเช่น

  • How do you feel? I feel miserable. แปลว่า คุณรู้สึกอย่างไร? ฉันรู้สึกแย่

สังเกตดูว่า เมื่อเอา verb to be แทน feel หลัง I แล้วนั้น จะเห็นได้ว่าความหมายของ I am miserable. ไม่ต่างกันนัก ก็ใช้คุณศัพท์ได้นั่นเอง

 

และนี่ก็คือตัวอย่างหลักการใช้คำคุณศัพท์นั่นเอง การศึกษาให้มาก จดจำให้มากที่สุด คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ผู้เรียนในภาษาอังกฤษนั้น สามารถที่จะพูดหรือเขียนได้ออกมาอย่างดีที่สุด

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่