Angular Cheilitis 
บทความทั่วไป

โรคปากนกกระจอก

Angular Cheilitis

โรคปากนกกระจอก  Angular Cheilitis  จะสามารถเกิดขึ้นแค่กับวัยเด็กเท่านั้นจริงหรือไม่ หรืออันที่จริงแล้วโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนเราในทุกเพศทุกวัยกันนะ  แล้วเคยสงสัยกันอีกไหมว่า โรคนี้ถึงต้องชื่อว่าโรค“ปากนกกระจอก” และมันเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยบทความนี้พาทุกท่านไปไขข้อสงสัยกันเกี่ยวกับโรคนี้

 

Angular Cheilitis โรคปากนกกระจอก คืออะไร?

หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่า อาการเกิดแผลที่มุมปาก คือ เกิดแผลที่มีลักษณะเปื่อยที่มุมปาก ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากการเกิดภาวะการขาดวิตามินบี 2 ธาตุเหล็ก โปรตีน โรคเชื้อรา การติดเชื้อแบคทีเรีย โรคผื่นแพ้กรรมพันธุ์ 

เป็นโรคที่สามารถพบได้ในทุกเพศและทุกวัย ถึงแม้ว่าจะไม่มีอันตรายที่ร้ายแรงและไม่ใช่โรคติดต่อ แต่ก็มักที่จะสร้างความรำคาญ และความวิตกกังวล และความเจ็บปวดให้กับผู้ป่วยได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะทำให้มีอุปสรรคต่อการรับประทานอาหารหรือการพูดคุยเป็นอย่างมาก อีกทั้งโรคนี้ก็ยังเป็นโรคที่สามารถเกิดซ้ำได้อีกถ้าแก้ปัญหาอย่างไม่ถูกจุด แต่รอยโรคก็มักที่จะหายไปได้เองภายในระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน

วิธีการรักษาโรค สามารถทำได้ดังนี้

  • ควรที่จะรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 2

อาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี 2 นั้นสามารถที่จะพบได้ในอาหารจำพวก ข้าวกล้อง ผักใบเขียว และถั่ว เป็นต้น

  • ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้มุมปากนั้นมีความเปียกชื้น
  • หลีกเลี่ยงสิ่งที่สามารถกระตุ้นให้เกิดแผลที่ปาก
  • ใช้วาสลีน 
  • พบแพทย์

อาการ มีดังนี้

  • มีรอยแดงและมีเลือดออกที่บริเวณมุมปาก
  • เกิดตุ่มพองขึ้นมา และเป็นแผล หรือมีของเหลวไหลเยิ้มออกมา 
  • เกิดสะเก็ดแผลที่มุมปาก
  • ปากลอก รวมทั้งอาการปากแห้งและปากแตก โดยปากอาจจะมีอาการตึง ซึ่งทำให้รู้สึกไม่สบายปาก
  • หากผู้ที่เป็นรู้สึกคันตรงที่บริเวณตรงมุมปากที่เป็น และแผลที่เกิดขึ้นนั้นมักจะทำให้การรับประทานอาหารเป็นไปได้อย่างยากและลำบาก ซึ่งในกรณีที่เกิดอาการดังกล่าวอย่างรุนแรง นั้นอาจจะส่งผลให้ได้รับสารอาหารอย่างไม่เพียงพอหรือน้ำหนักตัวยังจะลดลงอีกด้วย
  • เกิดอาการบวมที่ในบริเวณมุมปากของผู้ป่วย

วิธีการป้องกัน

  • ไม่ควรเลียที่บริเวณริมฝีปากเมื่อปากแห้งหรือปากแตก เนื่องจากการกัดปากจะทำให้เลือดออกและแผลหายได้ช้า และยังเป็นการทำให้แผลหายช้ามากขึ้นอีกด้วย หลีกเลี่ยงการสัมผัสยังบริเวณที่เกิดแผลเลยจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
  • ควรทาลิบบาล์มที่ลิบที่มีส่วนผสมของเจลหรือขี้ผึ้งสม่ำเสมอเมื่อปากแห้ง และควรที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวที่สุด
  • ผู้ที่ใส่ฟันปลอมควรหมั่นดูแลความสะอาดของฟันปลอมอยู่เสมอ รวมทั้งไม่ใส่ฟันปลอมในขณะที่กำลังนอนหลับ เพราะอาจเป็นสาเหตุของการก่อเชื้อโรคและแบคทีเรียขึ้นได้ด้วย
  • งดสูบบุหรี่

 

โดยสรุปแล้ว เมื่อใดก็ตามที่เราเป็นโรคนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามเลียยังบริเวณที่เกิดแผล เพราะจะทำให้แผลแห้ง และตึงยิ่งกว่าเดิมอาจจะทำให้แผลไม่หายสักที และเมื่อมดที่อ้าปากกว้างเกินไปก็มีโอกาสทำให้แผลฉีกหรือเลือดออกได้ และถ้าหากเป็นโรคชนิดนี้บ่อย ๆ ซ้ำไปซ้ำมา จะเกิดแผลเป็นบริเวณมุมปากได้ ดังนั้นควรทำตัวให้ห่างไกลโรคนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีที่สุดต่อสุขภาพและบุคลิคภายนอกของตัวคุณเอง

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่