rosariocentral.org

ค้าขายของเก่า ของโบราณ ของหายาก ของสะสม

              ปลาทะเลเป็นสัตว์น้อยน่ารักที่คี่่อนข้างเลี้ยงยากมีระบบที่ต้องดูแลไม่เช่นนั้นแล้วน้องปลาน้อยของเราอาจจะอยู่กับเราไม่ได้นาน วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลี้ยงปลาทะเลกันว่าต้องเตรียมอะไรบ้างไปดูกัน

1.น้ำ

เป็นปัจจัยสำคัญอย่างแน่นอนปลาต้องคู่กับน้ำอยู่แล้ว แน่นอนว่าการเลี้ยงปลาทะเลก็จำเป็นที่จะต้องใช้น้ำเค็มในการเลี้ยงโดยแหล่งน้ำที่ใช้้เลี้ยงนั้นสามารถหาได้โดยใช้น้ำทะเลจริง ซึ่งควรจะใช้น้ำทะเลที่ห่างจากฝั่งพอสมควรเพื่อที่จะได้ไม่มีมลภาวะต่างๆ หรืออาจจะซื้อน้ำทะเลที่มีขายอยู่ตามร้านขายปลาทะเลก็ได้

2.ระบบกรอง

ระบบกรองน้ำในตู้นั้นมีความสำคัญมากเนื่องจากจะเป็นตัวกำหนดคุณภาพน้ำภายในตู้ ซึ่งจริงๆแล้วระบบกรองในตู้ทะเลมีหลายแบบและมีข้อดี-ข้อเสียต่างกันออกไปในที่นี้จะกล่าวถึงระบบที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้และมีคุณภาพ นั่นคือการใช้ระบบกรองข้างภายในตู้ หรือการใช้ระบบกรองล่าง ภายนอกตู้ ซึ่งจะต้องมีปั๊มดูดน้ำจากในตู้ไปยังช่องกรองซึ่งสำหรับกรองข้างนั้นภายในอาจจะบรรจุด้วยใยแก้ว ชั้นบนสุดสำหรับกรองเศษสิ่งสกปรกซึ่งอาจจะเกิดการหมักหมมได้ ดังนั้นจึงควรหมั่นทำความสะอาดด้วย Bio ball เพื่อเพิ่มการแตกตัวของน้ำ ทำให้ผิวสัมผัสระหว่างน้ำกับอากาศมากขึ้น

3.ไฟ

การเลี้ยงปลาทะเลโดยที่ไม่เลี้ยงปะการังนั้น สามารถใช้ไฟอะไรก็ได้เพื่อให้แสงสว่างและความสวยงามตามปกติ ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมแสงสีขาวจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ ผสมกับแสงสีฟ้าจากหลอด blue แต่สำหรับกรณีที่มีการเลี้ยงปะการังนั้นจำเป็นจะต้องเพิ่มปริมาณไฟ เนื่องจากปะการังส่วนใหญ่ดำรงชีวิตโดยการสังเคราะห์แสงซึ่งต้องใช้แสงปริมาณมากและต่างกันไปตามความต้องการของปะการังแต่ละชนิด ซี่งเมื่อหมดอายุ หลอดไฟจะให้ค่าความสว่างลดลงและอาจมีสีที่ผิดเพี้ยนจากเดิม

4.อุณหภูมิ

ปกติแล้ว อุณหภูมิในทะเลเขตร้อน จะเย็นกว่าอุณหภูมิ ของอากาศบ้านเราซึ่งอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงปลาทะเลนั้นอยู่ที่ 25 – 29 องศาเซลเซียสซึ่งปลาบางชนิดจะีมีความสามารถในการทนต่ออุณหภูมิสูงๆได้น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปะการังจะชอบอยู่ในอุณหภูมิที่เย็นๆ และอาจตายได้ถ้าอยู่ในอุณหภูมิที่ร้อนจนเกินไปและ่สิ่งที่สำคัญมากที่สุด ก็คือความคงที่ของอุณหภูมิ ซึ่งสำคัญมากต่อสุขภาพของปลาโดยอุณหภูมิที่แกว่ง ขึ้น-ลงไปมาในแต่ละวัน จะทำให้ปลาปรับตัวยาก เกิดโรคต่างๆเนื่องจากภูมิต้านทานลด เกิดความเครียด ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยมากก็คืออุณหภูมิในตู้สูงเกินไป 

5.หิน

หินที่เกิดจากซากปะการังตายมาเกาะตัวกันเป็นก้อน ซึ่งภายในมีลักษณะพิเศษต่างจากหินทั่วไปคือมีรูพรุน ซึ่งเหมาะสมสำหรับเป็นที่อยู่สำหรับแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในการกำจัดของเสียไนเตรตภายในตู้และนอกจากนี้ จะมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆหลายชนิดอาศัยอยู่ภายใน ซึ่งสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะช่วยให้ ระบบนิเวศน์ภายในตู้ของเราสมบูรณ์และคล้ายกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้นโดยที่ถ้าในตู้มีหินเป็นมากเท่าไหร่ ระบบภายในตู้ก็จะยิ่งเสถียรมากเท่านั้น

6.การเซตตู้

การเซตตู้ เนื่องจากการเลี้ยงปลาทะเลนั้นเราไม่สามารถใส่น้ำและใส่ปลาได้เลยทันทีเพราะการทำแบบนี้จะทำให้ปลาตาย เนื่องด้วยระบบภายในตู้ไม่สามารถกำจัดและรองรับของเสียที่เกิดจากปลาได้ เพราะของเสียเหล่านี้จำเป็นต้องถูกกำจัดโดยแบคทีเรียที่มีในตู้ซึ่งต้องมีปริมาณมากระดับหนึ่ง เมื่อแรกเริ่มตั้งตู้ครั้งแรกนั้นจะยังไม่มีแบคทีเรีย เราจึงต้องทำการใส่หัวเชื้อแบคทีเรียลงในตู้ ที่ใส่น้ำจนเต็มและรันน้ำทิ้งไว้อย่างนั้นเป็นเวลา 1- 3 เดือน เพื่อเป็นการเพิ่มจำนวนแบคทีเรียในตู้ให้มีปริมาณมากพอ 

7.การลงปลาและสิ่งมีชีวิต

มาถึงขั้นตอนการลงปลา ซึ่งสำหรับการลงปลานั้น เราไม่ควรที่จะลงปลาทีละมากๆ เนื่องจากระบบยังรองรับของเสียได้ไม่ทัน จึงต้องค่อยๆลงปลาทีละ 1-2 ตัวเท่านั้น เพื่อที่แบคทีเรียจะได้สามารถกำจัดของเสียที่เกิดขึ้นได้ทันและแบคทีเรียจะทำการเพิ่มปริมาณมากขึ้น ซึ่งระยะห่างในการลงปลาแต่ละครั้งควรจะเว้นไว้อย่างน้อย 1-2 อาทิตย์ เค็มก่อน ซึ่งการปรับอุณหภูมิทำได้โดยการลอยถุงปลาไว้ที่ผิวน้ำในตู้ก่อนปล่อยลงตู้เป็นเวลา

8.เลือกสิ่งมีชีวิตที่นำมาเลี้ยง

การเลือกชนิดของสิ่งมีชีวิตที่จะนำมาเลี้ยงนั้น   ต้องคำนึงความเหมาะสมของสภาพแวดล้อม ขนาดของตู้ และความเข้ากันได้ของสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ การเลี้ยงปลาที่มากเกินไปนอกจากจะทำให้คุณภาพของน้ำแย่ได้ง่ายแล้ว บางครั้งอาจทำให้ปลาเครียดจากการแย่งที่อยู่ จากการกัดกัน เนื่องด้วยปลาทะเลส่วนใหญ่จะเป็นปลาที่หวงถิ่น  ดังนั้นเราจึงควรทำการศึกษาถึงลักษณะการใช้ชีวิตและรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของสิ่งมีชิวิตที่เราสนใจจะนำมาเลี้ยง