heal cracked heels
ความงาม

รักษาส้นเท้าแตก

รักษาส้นเท้าแตก รักษาส้นเท้าแตกเป็นปัญหาเท้าที่พบบ่อย การสำรวจหนึ่งพบว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกามีรอยแตกลายที่เท้า สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก และดูเหมือนว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชาย สำหรับคนส่วนใหญ่ การมีส้นเท้าแตกไม่ใช่เรื่องร้ายแรง อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวเมื่อเดินเท้าเปล่า ในบางกรณี รอยร้าวที่ส้นเท้าอาจลึกมากและทำให้เกิดอาการปวดได้ ที่สุดสำหรับการรักษาและป้องกันส้นเท้าแตกอ่านต่อไปเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการเยียวยาที่บ้านที่ดี การรักษาส้นเท้าแตกที่บ้าน ยาหม่องส้นเท้า หรือ มอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น แนวทางแรกในการรักษาส้นเท้าแตกคือการใช้บาล์มทาส้นเท้า บาล์มเหล่านี้มีส่วนผสมเพื่อให้ความชุ่มชื้น นุ่ม และผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว มองหาส่วนผสมต่อไปนี้: ยูเรีย (Flexitol Heel Balm) กรดซาลิไซลิก (Kerasal) กรดอัลฟาไฮดรอกซี (แอมแลคติน) แซคคาไรด์ไอโซเมอเรต คุณสามารถหายาหม่องส้นเท้าเหล่านี้ได้ที่ร้านขายยาหรือทางออนไลน์ เคล็ดลับรักษาส้นเท้าแตก ทาครีมบำรุงส้นเท้าในตอนเช้าเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวก่อนเริ่มต้นวันใหม่ บำรุงส้นเท้าของคุณวันละสองถึงสามครั้ง to สวมรองเท้าที่ปกป้องส้นเท้าของคุณ ยาหม่องส้นเท้าบางชนิดอาจทำให้แสบหรือระคายเคืองเล็กน้อย นี่เป็นปกติ. ปรึกษาแพทย์ของคุณหากยาหม่องยังคงรบกวนคุณอยู่หรือทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรง กรณีที่รุนแรงของส้นเท้าแตกอาจต้องใช้ยาหม่องที่มีความแข็งแรงตามใบสั่งแพทย์หรือครีมสเตียรอยด์เพื่อช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการคัน แช่และขัดเท้าของคุณ ผิวหนังบริเวณส้นเท้าแตกมักจะหนาและแห้งกว่าผิวส่วนอื่นๆ ของคุณ ผิวนี้มีแนวโน้มที่จะแตกออกเมื่อคุณกดทับ การแช่และให้ความชุ่มชื้นแก่เท้าสามารถช่วยได้ นี่คือเคล็ดลับบางประการ สำหรับการแช่เท้า: แช่เท้าในน้ำสบู่อุ่นๆ นานถึง 20 นาที ใช้ใยบวบ ขัดเท้า หรือหินภูเขาไฟเพื่อขจัดผิวหนังที่แข็งและหนา […]

วิธีสร้างกิจวัตรการดูแลผิวของคุณเอง
ความงาม

วิธีสร้างกิจวัตรการดูแลผิวของคุณเอง

  วิธีสร้างกิจวัตรการดูแลผิวของคุณเอง วิธีรักษาปัญหาผิวโดยเฉพาะอย่างสิวหรือรอยแผล แบบใดไม่ดีต่อสุขภาพ แม้ว่าจะดูเหมือนได้ผลก็ตาม สร้างกิจวัตรการดูแลผิวประจำวัน ไม่ว่าผิวของคุณจะเป็นอย่างไร กิจวัตรการดูแลผิวประจำวันสามารถช่วยให้คุณรักษาสุขภาพผิวโดยรวม และปรับปรุงความกังวลเฉพาะ เช่น สิว รอยแผลเป็น และจุดด่างดำ กิจวัตรการดูแลผิวประจำวันมีสี่ขั้นตอนพื้นฐานที่คุณสามารถทำได้หนึ่งครั้งในตอนเช้าและอีกครั้งก่อนนอน คลีนซิ่ง: เลือกคลีนเซอร์ที่ไม่ทำให้ผิวตึงหลังล้าง ทำความสะอาดใบหน้าไม่เกินวันละสองครั้ง หรือเพียงครั้งเดียว หากคุณมีผิวแห้งและไม่แต่งหน้า หลีกเลี่ยงการซักเพราะรู้สึกสะอาดสะอ้านเพราะนั่นหมายถึงน้ำมันตามธรรมชาติของผิวหายไป คลีนเซอร์ที่ทำงานได้ดีกับทุกสภาพผิว ได้แก่ Cetaphil และ Banila Clean It Zero Sherbet Cleanser   เซรั่ม: เซรั่มที่มีวิตามินซีหรือปัจจัยการเจริญเติบโตหรือเปปไทด์จะดีกว่าในตอนเช้าภายใต้ครีมกันแดด ในเวลากลางคืน เรตินอลหรือเรตินอยด์ตามใบสั่งแพทย์จะทำงานได้ดีที่สุด Makeup Artist’s Choice มีเซรั่มวิตามินซีและอีและเรตินอลที่มีประสิทธิภาพ   มอยซ์เจอไรเซอร์: แม้แต่ผิวมันก็ยังต้องการมอยเจอร์ไรเซอร์ แต่ควรใช้แบบที่บางเบา มีส่วนผสมของเจล และไม่ทำให้เกิดสิว หรือไม่อุดตันรูขุมขน เช่น โลชั่นบำรุงผิวหน้าของ CeraVe ผิวแห้งอาจได้รับประโยชน์จากมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของครีม เช่น MISSHA Super Aqua Cell […]

publication
ความงาม

คุณควรทาครีมกันแดดบนใบหน้าของคุณทุกวัน

คุณควรทาครีมกันแดดบนใบหน้าของคุณทุกวัน คุณควรทาครีมกันแดดบนใบหน้าของคุณทุกวัน นับตั้งแต่การตีพิมพ์บล็อกครั้งแรกของเราในเดือนเมษายน 2018 เราได้เขียนคู่มือฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับครีมกันแดด ในบรรดาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่หาซื้อได้ ครีมกันแดดคือที่สุด เป็นทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเครื่องสำอาง ช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังและริ้วรอย และไม่จำเป็นต้องเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยซ้ำ ครั้งแรกที่ฉันเขียนคู่มือครีมกันแดดของ Wirecutter เมื่อสามปีที่แล้ว ตั้งแต่นั้นมา ฉันได้ครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่โถปัสสาวะหญิง ครอกแมว ไปจนถึงลู่วิ่ง สิ่งที่ลึกซึ้งที่สุดที่ฉันได้เรียนรู้ในช่วงเวลานั้นในการค้นคว้าผลิตภัณฑ์ทั้งหมด: คุณควรใช้ครีมกันแดดบนใบหน้าและลำคอของคุณทุกวัน ใช่ ทุกวัน “เว้นแต่คุณจะเป็นนักสำรวจ” แพทย์ผิวหนัง Rachel Herschenfeld จาก Dermatology Partners บอกฉันในปี 2558 แม้ว่าจะมีเมฆมาก แม้ว่าคุณจะใช้เวลาอยู่ในบ้านพอสมควร คุณก็ยังเห็นแสงแดดอยู่บ้าง วิธีที่ดีที่สุดและน่าพึงพอใจที่สุดในสารสร้างนิสัยในการทาครีมกันแดดบนใบหน้าของคุณทุกวันคือการซื้อครีมกันแดดสำหรับจุดประสงค์นั้นโดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่คุณทาที่ชายหาด ไม่มีอะไรผิดปกติกับการใช้ครีมกันแดดสำหรับร่างกายบนใบหน้าของคุณ ครีมกันแดดที่ขายสำหรับใช้บนใบหน้าไม่ได้ต่างจากครีมกันแดดที่คุณใช้ที่อื่นเสมอไป ตามที่นักเคมีเครื่องสำอาง Perry Romanowski บอกกับเรา เช่นเดียวกับครีมกันแดดสำหรับร่างกาย ครีมกันแดดสำหรับผิวหน้ามีจำหน่ายทั้งแบบเคมี กายภาพ และแบบผสม คุณต้องทาครีมกันแดดให้ทั่วถึงและบ่อยครั้งเพื่อให้ครีมกันแดดทำงานได้ วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ชายหาดควรหยิบครีมกันแดดของเราออกไปสักขวด นั่นเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งว่าทำไม สำหรับการใช้งานทั่วร่างกาย เราคิดว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ที่จะใช้ครีมกันแดดเคมีราคาไม่แพงที่ปกป้องผิวด้วย avobenzone และ oxybenzone ส่วนผสมบางอย่างในครีมกันแดดทางกายภาพ เช่น […]

Skin care not to be dull.
Blogging ความงาม สุขภาพ

การดูแลผิวไม่ให้หมองคล้ำ

การดูแลผิวไม่ให้หมองคล้ำ หน้าเด็กลง การดูแลผิวไม่ให้หมองคล้ำ การที่เพื่อนสนิทของเรานั้นทักว่าหน้าดูดำขึ้นนะ “ทำไมหน้าคล้ำจัง?” เราเองจะรู้สึกแย่และไม่มีความหมั่นใจในตัวเอง ต้องส่องกระจก เพื่อตรวจสอบใบหน้าตัวเองอย่างจริงจัง ซึ่งเมื่อลองส่องกระจกอย่างจริงจังแล้ว แล้วเรารู้สึกว่าใบหน้าของเรานั้นดูหมองคล้ำจริงๆ จึงก่อให้เกิดความกังวลใจ ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง บางคนถึงขั้นไม่กล้าออกข้างนอก แต่ปัญหาดังกล่าว มันมีวิธีที่จะทำให้ผิวหน้าของเรานั้นใสได้เหมือนกัน ดังนั้นสำหรับคนที่มีผิวหน้าหมองคล้ำ หรือไม่ต้องการให้ผิวหน้าหมองคล้ำ ก็สามารถนำวิธีดูแลผิวหน้านี้ไปใช้ได้ เพื่อเป็นการบำรุงดูแลผิวให้สวยใสอยู่เสมอ ข้อที่1 การที่เรานั้นทำความสะอาดผิวหน้า การที่เรานั้นทำความสะอาดผิวหน้าถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก  การล้างหน้าควรที่จะล้างเครื่องสำอางค์ให้สะอาดก่อน ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับผิวหน้าที่เหมาะสมกับสภาพผิว เมื่อเรานั้นทำความสะอาดเสร็จเป็นที่เรียบร้อย การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ถูกกับใบหน้าของเราด้วยเพื่อไม่ให้เกิดการแพ้ได้ จากนั้นก็ใช้โทนเนอร์เช็ดอีกครั้ง ซึ่งโทนเนอร์จะช่วยกระชับรูขุมขน และควรใช้โทนเนอร์ชนิดที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ผิวแห้งตึงจนเกินไป ข้อที่ 2 ผลัดเซลล์ผิวที่เสียหาย ทำไมต้องให้เซลล์ผิวที่เสียหายออกไป? เพราะสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวหน้าดำของเรา ก็มาจากที่เซลล์ผิวเก่าไม่หลุดลอกออกไปหรือหลุดลอกช้ามาก มันทำให้เกิดการผิวเสียหายของเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจะทำให้ผิวหมองคล้ำดำมากแล้ว ยังทำให้ผิวหยาบเป็นอย่างมาก การที่เราบำรุงผิวด้วยครีมต่างๆก็อาจจะซึม ซับได้ยาก ดังนั้นจึงควรหมั่นสครับหน้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว และจะได้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ ซึ่งจะทำให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้น ข้อที่3 การแก้ผิสียหายด้วยไอน้ำและครีมบำรุง ให้ไอน้ำช่วยประคบผิวที่เสียหายของเรา คือ เตรียมน้ำอุ่นไว้ นำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น บิดหมาดๆ เสร็จแล้วก็นำมาประคบบนผิว เพื่อที่จะให้รูขุมขุนเปิดออกมา เป็นการกระตุ้นเลือดที่ไหลเวียนบนใบหน้า […]

messageImage
ความงาม สุขภาพ

อยากผิวหน้าดี เหมือนสาวเกาหลี

อยากผิวหน้าดี เหมือนสาวเกาหลี การที่เรานั้นดูซีรี่เกาหลี่ทุกครั้งจะมีความอิน อยากผิวหน้าดี เหมือนสาวเกาหลี คุณก็อยากมีผิวหน้าที่ฉ่ำวาวเหมือนนักแสดงในเรื่องนั้นเช่นกัน เพราะการมีผิวหน้าที่ฉ่ำวาวแบบสาวเกาหลี เป็นผิวหน้าที่มีสุขภาพที่ดีใสดูหน้ารัก ที่เห็นกี่ครั้งก็อยากให้ผิวหน้าของตัวเองเป็นเช่นนั้นบ้าง วันนี้จะมาบอกความลับด้วย 7 วิธีที่ช่วยเพิ่มความฉ่ำวาวบนใบหน้าแบบสาวเกาหลีมาแชร์ให้สาวๆ ได้ลองนำไปใช้กันดูค่ะ รับรองว่าหมดกังวลผิวหน้ามันเยิ้มอย่างแน่นอน การบำรุงหน้าตามสภาพผิว การบำรุงผิวหน้าให้ตรงกับสภาพผิวนั้นมันสำคัญอย่างมากต่อผิวพรรณ ดังนั้นสาวๆ คนไหนที่อยากมีผิวฉ่ำวาวอย่างเป็นธรรมชาติ และไม่หนาจนเกินได้ จำเป็นที่จะต้องรู้สภาพผิวของตัวเองให้ดี เพื่อสามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ตรงกับสภาพผิวของตัวเองด้วยหลักการง่ายๆ ที่สามารถเอามาใช้ได้เสมอก็คือ ผิวแห้งควรเติมความชุ่มชื้น ส่วนผิวมันให้หลีกเลี่ยงออย ซึ่งสาวๆ สามารถทำได้ด้วยการอ่านส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อสามารถบำรุงผิวให้ตรงกับสภาพผิวของตัวเองได้มากที่สุด เติมความฉ่ำด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ การที่เรานั้นเติมความฉ่ำวาวบนผิวหน้าด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ เป็นสิ่งเหมาะสำหรับผู้หญิงผิวแห้งอย่างมาก  แนะนำให้ลงมอยส์เจอไรเซอร์ก่อนแต่งหน้าหรือทาครีมตัวแรกประมาณ 4-5 นาที เพื่อให้มอยส์เจอไรเซอร์ซึมเข้าสู่ผิวทั้งหมด แถมยังช่วยให้การแต่งหน้าไม่เป็นคราบอีกด้วยสุดปังการเลยทีเดียว การที่เรานั้นใช้รองพื้นที่ผสมชิมเมอร์ คนเกาหลีส่วนมากนั้น จะนิยมใช้รองพื้นที่มีส่วนผสมของชิมเมอร์ และจะไม่มีการลงแป้งอีกครั้ง เพราะจะทำให้ผิวหน้าแลดูไม่มีมิติจนมากเกินไปและไม่เรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ และสาวๆทุกท่าน ที่คนไหนที่อยากมีผิวหน้าแบบฉ่ำวาวแต่ไม่มันเยิ้ม ลองใช้รองพื้นชนิดนี้ดู รับรองว่าชิ้นเดียวจบ 4.ใช้คุชชั่นแทนปังตลับของเรา การที่สาวๆนั้นใช้ คุชชั่นแทนแป้งพัฟก็ช่วยให้ผิวมีความฉ่ำวาวได้เช่นกัน โดยเฉพาะสาวเกาหลีจะไม่นิยมใช้แป้งพัฟหรือแป้งผสมรองพื้น แต่เพราะมันจะทำให้หน้าของเค้านั้นดูหนามากจนเกินไป มันจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นสไตร์ของสาวเกาหลี่นั้นเอง สาวๆควรใช้ไฮไลท์ การใช้ไฮไลท์จะเป็นการแต่งหน้าในขั้นตอนสุดท้ายที่สาวเกาหลีที่ไม่ควรพลาด เพราะไฮไลท์ไม่เพียงแต่จะทำให้ผิวมีความฉ่ำวาวเป็นประกาย เท่านั้น […]

beauty
ความงาม สุขภาพ

9 เคล็ดลับทำให้หน้าดูอ่อน

9 เคล็ดลับทำให้หน้าดูอ่อน ลักษณะที่ปรากฏเริ่มต้นด้วยใบหน้า ด้วยการจัดการที่เรียบง่าย คุณสามารถอวดผิวที่อ่อนเยาว์และสุขภาพดีขึ้นได้ 9 เคล็ดลับทำให้หน้าดูอ่อนกว่าวัยสวยขึ้น การสร้างใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์อาจดูเหมือนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่คุณสามารถคาดหวังการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการฝึกฝนเคล็ดลับที่เราแนะนำในวันนี้ เหล่านี้เป็นวิธีการรักษาแบบธรรมชาติที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน มาดูเคล็ดลับ 9 ประการ เพื่อผิวอ่อนเยาว์ อวบอิ่ม เปล่งปลั่ง   9 เคล็ดลับทำให้หน้าดูอ่อนกว่าวัย การบริโภคสารต้านอนุมูลอิสระ หากเราต้องการฟื้นฟูร่างกายและใบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ เราต้องเริ่มด้วยการรับประทานอาหารที่ดี ไม่ใช่แค่การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและสมดุลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมากอีกด้วย เมื่อเกิดออกซิเดชันในร่างกายของเรา จะเกิด อนุมูลอิสระ สารอาหารที่ป้องกันการเกิดออกซิเดชันดังกล่าวมีความหลากหลายดังนี้ วิตามินซี: ผักใบเขียว ผลไม้มะนาว หน่อไม้ฝรั่ง บร็อคโคลี่ อะโวคาโด มัสตาร์ด บีทรูท กะหล่ำปลี มะยม วิตามินอี: วอลนัท, ผักโขม, อะโวคาโด, ธัญพืช, เกสร, ผักชีฝรั่ง, น้ำมันพืชสกัดเย็น เบต้าแคโรทีน: น้ำมันตับปลา อัลฟัลฟา หน่อไม้ฝรั่ง แอปริคอต หัวบีต แครอท กระเทียม ไลโคปีน: […]

ความงาม

ปัดแก้มให้เป็นธรรมชาติที่สุด

สาวๆที่ แต่งหน้าอยู่ตั้งนาน แต่พอแต่งเสร็จแล้วกลายเป็นว่าทุกอย่างดูโบ๊ะ โป๊ะแตกไปหมด โดยเฉพาะการปัดแก้ม อยู่หน้ากระจกปัดเท่าไหร่ก็ไม่ออกสี แต่พอออกจากบ้านเท่านั้นแหละ โอ๊ยแม่! แก้มแดงกว่าไฟแดงข้างหน้าอี๊กกกก พักก่อนจ้า! มาปัดแก้มให้เนียนเป็นธรรมชาติ ดูเหมือนแก้มอมชมพูเลือดฝาดมาตั้งแต่เกิด ด้วยทริคนี้กันดีกว่า เตรียมผิวให้ชุ่มชื้น อย่าให้ผิวแห้ง เหมือนไม่สำคัญแต่สำคัญนะคะซิส เพราะการเตรียมผิวให้ดูชุ่มชื้น มีความผิวโกลว์นิดๆ จะทำให้บลัชออนดูฉ่ำบนผิว ไม่แห้งจนดูรู้ว่าปัดบลัชมา พอผิวมีความชุ่มชื้นโกลว์ๆ จะได้ลุคแก้มแดงเหมือนเลือดฝาด เหมือนเป็นผิวธรรมชาติของเราจริงๆ มากกว่าการปล่อยให้ผิวแมทค่ะ บลัชออนต้องเป็นเนื้อเหลว วิธีนี้ช่วยได้จริงๆ นะ แค่เลือกบลัชออนที่เป็นเนื้อเหลว เช่น เนื้อน้ำ, เนื้อเจล, เนื้อครีม หรือคุชชั่น เพราะจะทำให้บลัชติดผิวได้ง่ายและทนกว่า พอแตะลงบนผิวจะกลืนไปกับผิวเหมือนเป็นเนื้อเดียวกันได้ง่ายกว่าบลัชออนแบบฝุ่น แถมบลัชเนื้อเจล หรือเนื้อครีม จะทำให้ผิวดูไม่แห้งเกินไปด้วย เบลนด์ทีละนิดให้เนียน ห้ามให้เป็นปื้นเด็ดขาด มาถึงขั้นตอนการลงบลัช ข้อสำคัญที่พลาดไม่ได้เลยก็คือควรแตะบลัชมาทีละนิดเดียว แล้วค่อยๆ เบลนด์ไปทีละเลเยอร์ โดยให้เบลนด์ขึ้นเป็นแนวเฉียงนิดๆ จะทำให้หน้าดูยกกระชับขึ้นได้ด้วยค่ะ ห้ามลงบลัชต่ำกว่าระยะปลายจมูกเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้ดูแก้มห้อยหรือดูหน้าแก่ได้ และที่สำคัญตอนเบลนด์ต้องเบลนด์ให้กลืนไปกับผิวจริงๆ อย่าปล่อยให้มีร่องรอยบลัชออนเป็นปื้นๆ เด็ดขาด ไม่งั้นโป๊ะแตกทันที อย่าให้เข้มเกินไป สีบลัชต้องระเรื่อฉ่ำๆ สีเข้มๆ […]

อาหาร

อาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น 

การเก็บอาหารในตู้เย็นจะเป็นวิธีการถนอมอาหารที่ได้ผลดี แต่ไม่ใช่ว่าอาหารทุกชนิดจะสามารถรักษาคุณภาพของอาหารด้วยการแช่ในตู้เย็นได้ เพราะความเย็นอาจทำให้คุณภาพของอาหารบางอย่างเสื่อมลง และอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เรามาดูกันว่าอาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น มีอะไรบ้าง แตงโม แตงโมเป็นผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เมื่อโมเลกุลของน้ำโดนความเย็น จะทำให้มีความหนาแน่นมากขึ้น ทำให้เนื้อแตงโมมีความฉ่ำน้ำ ชุ่มน้ำ และมีรสชาติแย่ลง การเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้เรียกว่า การสะท้านหนาว (Chilling Injury) ซึ่งสามารถพบได้ในการใช้ผลไม้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำเกินไป โดยแตงโมจะเกิดอาการสะท้านหนาวอยู่ที่อุณหภูมิที่ต่ำกว่า 7 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ทดลองเก็บแตงโมในอุณหภูมิที่ต่างกัน ที่ 5, 13 และ 21 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 14 วัน พบว่าสารพฤกษเคมีกลุ่มแคโรทีนอยด์ทั้งไลโคปีน และเบต้าแคโรทีน ที่อุณหภูมิ 21 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิที่ใกล้เคียงกับอุณหภูมิห้อง จะมีปริมาณที่เพิ่มขึ้น ทั้งไลโคปีนที่เพิ่มขึ้นราว 11-40% ซึ่งไลโคปีนมีประโยชน์เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ ในส่วนของเบต้าแคโรทีนจะเพิ่มขึ้นราว 50-139% มีประโยชน์ในเสริมสร้างภูมิคุมกันของร่างกาย ต้านอนุมูลอิสระ และดูแลหลอดเลือด ในทางตรงกันข้าม หากเก็บแตงโมไว้ที่อุณหภูมิที่ต่ำกว่า 21 องศาเซลเซียส ปริมาณสารพฤกษเคมีเหล่านี้ก็จะมีปริมาณลดลง วิธีเก็บรักษาแตงโม สามารถเก็บเอาไว้ได้ในอุณหภูมิห้องปกติ หากอยากรับประทานแตงโมเย็นๆ สามารถนำไปแช่เย็นในระยะเวลาสั้นๆ […]

Blogging

จริงมั้ย ไส้เลื่อนเพราะไม่ใส่ กางเกงใน

หนุ่มๆ ทั้งหลายคงเคยได้ยินคำที่ว่า ไม่ใส่กางเกงใน ระวังเป็นไส้เลื่อน จนหลายคนคิดว่า โรคไส้เลื่อนส่วนหนึ่งมาจากการไม่ใส่กางเกงใน แต่ความจริงแล้วไส้เลื่อนนั้นเป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แถมสาเหตุจริงๆ ก็ไม่ได้เกิดจากการไม่สวมกางเกงใน วันนี้มาทำความรู้จักโรคนี้ให้มากยิ่งขึ้นกัน ไส้เลื่อน เกิดจากอะไร คณะศัลยแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า โรคไส้เลื่อน คืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งในช่องท้องเคลื่อน เกิดเป็นรู มีพังผืดยื่นออกไป การใส่หรือไม่ใส่กางเกงในมีโอกาสเป็นไส้เลื่อนพอ ๆ กัน เพราะกางเกงในไม่สามารถเสริมความแข็งแรงของผนังหน้าท้องได้ สาเหตุของโรคไส้เลื่อน ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเป็นโรคไส้เลื่อน ประกอบด้วย ความผิดปกติของช่องท้องมาตั้งแต่กำเนิด อายุที่เพิ่มขึ้น เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงกับหน้าท้อง มีภาวะแรงดันในช่องท้องสูงจากการออกแรงยกของหนัก ไอหรือจามอย่างหนักบ่อย ๆ มีการเบ่งอุจจาระหรือปัสสาวะเป็นประจำ ผนังช่องท้องมีความอ่อนแอหลังการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง การสูบบุหรี่ มีภาวะโรคอ้วน ในเพศชายจะมีความเสี่ยงมากกว่าเพศหญิงจากปัจจัยข้างต้น ทำให้ความเชื่อที่ว่าไม่ใส่กางเกงในจะทำให้เกิดโรคไส้เลื่อนนั้น ไม่เป็นความจริง ไส้เลื่อนในผู้ชายที่พบบ่อยที่สุดคือ ไส้เลื่อน ขาหนีบ ซึ่งพบมากในผู้ชายวัย 40 ปีขึ้นไป ถ้ามีอาการมาไม่นานจะพบเป็นก้อนบริเวณขาหนีบร่วมกับอาการปวดท้องหน่วง ๆ แต่ถ้าปล่อยไว้นานไส้เลื่อนจะมีขนาดใหญ่ขึ้นแล้วไหลลงอัณฑะ นำไปสู่โรคแทรกซ้อนได้ เช่น ลำไส้อุดตัน ประเภทของไส้เลื่อน ไส้เลื่อน แบ่งออกเป็น 2 […]

สุขภาพ

ไม่ล้างแอร์อาจอันตรายต่อสุขภาพ 

ประเทศไทยอากาศร้อนสิ่งที่ต้องใช้เป็นประจำคือแอร์ แต่หากใช้งานโดยไม่ดูแล ไม่ล้างแอร์ตามกำหนด ก็อาจจะส่งผลต่อสุขภาพได้ เพราะภายในแอร์นั้นก็มีความชื้นเป็นจำนวนมาก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ โรคควรระวังจากการอยู่ในห้องแอร์ โรคลีเจียนแนร์ เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อลีจิโอเนลลา โดยการสูดหายใจเอาเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในละอองฝอยน้ำเข้าสู่ร่างกาย ส่วนอาการคือจะมีไข้ขึ้นสูง ไอ หนาวสั่น ลักษณะโรคลีเจียนแนร์จะเป็นชนิดแบบรุนแรง จึงมีภาวะปอดอักเสบด้วย ทำให้การหายใจล้มเหลวและมีอัตราการเสียชีวิตสูง โรคไข้ปอนเตียก สำหรับโรคไข้ปอนเตียก ก็เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อ แบคทีเรียชื่อลีจิโอเนลลาเช่นกัน แต่ไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับโรคลีเจียนแนร์ เพราะโรคไข้ปอนเตียกมักจะหายเองภายใน 2-5 วัน แม้จะไม่ได้รับการรักษา ส่วนลักษณะอาการจะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ โรคระบบทางเดินหายใจ ห้องแอร์จะปิดประตูหน้าต่างสนิท ทำให้เชื้อโรคสามารถเจริญเติบโตได้ดี และหากอยู่ในห้องแอร์ที่เปิดอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศา อากาศภายในห้องก็จะแห้งทำให้เซลล์ต่างๆ อย่างเซลล์เยื่อบุโพรงจมูกแห้งลงกว่าเดิมด้วย ดังนั้นผู้ที่อยู่ในห้องแอร์นานๆ จึงอาจจะป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจได้ เช่น หวัด ภูมิแพ้ เป็นต้น ควรล้างทำความสะอาดแอร์เมื่อไหร่? แอร์แบบระบบรวม เมื่อไม่ได้ใช้ควรปล่อยน้ำทิ้งจากหอหล่อเย็นให้แห้ง หลังจากนั้นก็ทำความสะอาดและใช้น้ำยาที่ผสมคลอรีนที่มีความเข้มข้น 10 ppm เข้าไปที่ท่อผึงเย็นให้ทั่วถึง ทั้งระบบอย่างน้อย 3-6  ชั่วโมง แล้วรักษาระดับคลอรีนให้มีความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 0.2 ppm โดยการทำความสะอาดหอหล่อเย็นอย่างน้อย 1-2 […]